‘นายกฯ-อนุทิน’ ห่วงภาษาอังกฤษคนไทย หลังผลจัดอันดับรั้งท้าย ‘บิ๊กอุ้ม’ เร่งยกระดับ 

30.11.23 | 13:47 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พล.ต.อ.เพิ่มพูน​ ชิด​ชอบ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามทีสถาบันการศึกษาภาษาอังกฤษชื่อดังอย่าง EF -Education First  จัดอันดับการจัดอันดับการใช้ภาษาอังกฤษของประเทศต่างๆทั้งหมด 113 ประเทศทั่วโลก และจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลจากผู้ใหญ่ 2.2 ล้านคน ที่ทดสอบ EF SET ในปี 2022 โดยในปีนี้ อันดับ 1 ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ อยู่ที่ 647 คะแนน อยู่ในระดับที่ เชี่ยวชาญสูง ตามมาด้วยสิงคโปร์ ที่อยู่ในอันดับ 2 ด้านออสเตรียตามมาที่อันดับ 3 เดนมาร์ก อันดับ 4 และนอร์เวย์ อันดับ 5 6.สวีเดน 7.เบลเยียม 8.โปรตุเกส 9.แอฟริกาใต้ 10.เยอรมนี 11.โครเอเชีย 12.กรีซ ซึ่งทั้ง 12 อันดับ มีคะแนนเกิน 600 คะแนน อยู่ในระดับเชี่ยวชาญอย่างสูงมาก ส่วนประเทศไทยนั้นถูกจัดอยู่ในระดับต่ำมาก ที่อันดับ 101 ที่ 416 คะแนน จากการจัดอันดับ 112 ประเทศ และอันดับ 21 จาก 23 ของเอเชีย ทั้งนี้คะแนนเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 502 คะแนน โดยจากการจัดอันดับมาตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ไทยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในกราฟระดับนี้ โดยปีแรกมีคะแนนอยู่ที่ 414 คะแนน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้น สำหรับแนวทางการพัฒนาความสามารถภาษาอังกฤษของไทยนั้น ศธ.ได้ประกาศใช้มาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ ตามกรอบมาตรฐาน CEFR เป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน เป็นมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาที่สหภาพยุโรปจัดทำขึ้น กระทรวงศึกษาธิการ ใช้กรอบมาตรฐานภาษาอังกฤษดังกล่าว ในการวัดระดับเชิงสมรรถนะความสามารถทางภาษาของผู้เรียน ทั้ง 4 ทักษะ คือการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งทั้งครูและบุคลากร รวมถึงนักเรียนมีผลการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้นในแต่ละปี

 

อ่าน ‘เมียนมา-กัมพูชา’ เหนือชั้นกว่า ภาษาอังกฤษของคนไทยรั้งท้าย อันดับ 101 ของโลก

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า​ รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยในการยกระดับสมรรถนะความสามารถภาษาอังกฤษของคนไทย มายังศธ. ซึ่ง​ ศธ.​ มิได้นิ่งนอนใจในการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ สู่การมีงานทำ โดยได้มอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ​ศธ.​ ศึกษาแนวทางการเรียนรู้ภาษาที่หลากหลาย เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งต้องใช้การบูรณาการ ร่วมมือจากหลายหน่วยงาน โดยแนวทางที่ตั้งใจจะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม คือการจัดทำคลังข้อสอบวัดระดับเชิงสมรรถนะความสามารถทางภาษาอังกฤษ จัดหาข้อสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ รวมถึงสนับสนุนการสอบวัดระดับของนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจจะมีการกำหนดเป็น คูปองการเรียนรู้เสริมทักษะภาษาอังกฤษโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มีอาชีพในด้านการให้บริการ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สนองต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

“เราเชื่อว่าภาษาอังกฤษ จะถูกใช้ในการสื่อสารและประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง โดยองค์ความรู้จากกระทรวงศึกษาธิการ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ในเชิงวิชาการ ดังตัวอย่างจากผลการแข่งขันของนักเรียนในระดับนานาชาติมากมาย รวมทั้งจากการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาทั้งครูและนักเรียน พบว่า สามารถเพิ่มระดับจาก A2 ไป B1 เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนที่ถูกพัฒนาจนถึงระดับ C2 ซึ่งถือว่า เป็นระดับที่สูงมากเช่นกัน” รัฐมนตรีว่าการศธ.กล่าว

Advertisement

อย่างไรก็ตาม การวัดคะแนนการทดสอบจากการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษดังกล่าว ถึงจะเป็นการวัดความสามารถภาษาอังกฤษของกลุ่มคนไทยเพียง 836 คน ที่ไปเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษเพิ่มเติมกับสถาบันต่าง ๆ เพื่อใช้ผลคะแนนในการเรียนต่อหรือไปต่างประเทศก็ตาม แต่ก็เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษของไทย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ค้นหาเด็กเก่งการสื่อสารภาษาอังกฤษเช่นนี้ จากหลายๆ เวที และหลาย ๆ สังกัด เพื่อใช้ประโยชน์จากแนวทางการเรียนการสอนดังกล่าว ในส่วนของประชาชน เราก็เชื่อมั่นว่าจะพร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ