ชี้รัฐพลาดเลิกอุดหนุนรายหัว ‘ทันตะ’ แนะ สธ.แบ่งกลุ่ม ‘อัดฉีดงบ’ จบแล้วใช้ทุน รพ.รัฐ น.ศ.ควักจ่าย 100% ไม่ต้องจับสลากใช้ทุน ตจว.
ทพ.ดร.ณรงค์ ลุมพิกานนท์ อดีตคณบดีสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดเผยกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ระบุว่ารัฐหั่นงบอุดหนุนรายหัวนักศึกษาทุกสาขาตั้งแต่ปี 2561 รวมถึง สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ ที่หน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีข้อมูลว่าผลิตเพียงพอแล้ว โดยอุดหนุนให้เฉพาะรายหัวนักศึกษาในโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม เพราะรัฐมองว่ามหาวิทยาลัยควรจะต้องหาเลี้ยงตัวเอง ในขณะที่ มฟล.ต้องควักรายได้ของมหาวิทยาลัยสมทบให้นักศึกษา 50% ว่า กรณีที่รัฐไม่จัดสรรงบอุดหนุนรายหัวให้นักศึกษาสาขาวิชาทันตแพทย์ เนื่องจากมีสถาบันผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขของ สธ.ระบุว่าการผลิตทันตแพทย์เพียงพอแล้วนั้น ตนเคยเสนอ สธ.ว่าการผลิตนักศึกษาแพทย์ และนักศึกษาทันตแพทย์ ควรแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกมาจากครอบครัวที่มีความพร้อม และไม่ได้ยากจน มีมากถึง 90% เมื่อเรียนจบจึงมักไม่ทำงานใช้ทุน แต่จะใช้ทุนคืนเป็นเงิน ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแพทย์ และทันตแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล

ทพ.ดร.ณรงค์กล่าวอีกว่า ส่วนนักศึกษาอีกกลุ่ม มาจากครอบครัวที่ไม่มีความพร้อม รัฐควรจัดงบอุดหนุนรายหัวให้ เพื่อให้เด็กในพื้นที่ได้เข้าเรียน เมื่อเรียนจบ จะไม่มีปัญหาไม่ใช้ทุน หรือหนีออกไปทำงานนอกพื้นที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แม้นักศึกษาทันตแพทย์จะไม่ได้รับงบอุดหนุนรายหัวจากรัฐแล้ว แต่กลับต้องใช้วิธีจับสลากเพื่อไปใช้ทุน ทำให้นักศึกษาทันตแพทย์ของ มฟล.เมื่อเรียนจบ ต้องจับสลาก และต้องไปใช้ทุนนอกพื้นที่ รวมถึง ในจังหวัดภาคใต้
“เมื่อรัฐไม่ให้เงินอุดหนุนรายหัวนักศึกษาทันตแพทย์ ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเก็บค่าเทอมสูงขึ้น จากเดิมเก็บเทอมละ 5 หมื่นบาท ขณะนี้ต้องเก็บเพิ่มเป็นเทอมละ 1.5 แสนบาท หรือปีการศึกษาละ 3 แสนบาท ผมเคยเสนอในที่ประชุมสถาบันผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขของ สธ.ว่าถ้า มฟล.ผลิตนักศึกษาทันตแพทย์ปีละ 60 คน ให้ครึ่งหนึ่งได้รับเงินอุดหนุนรายหัว เมื่อจบแล้วให้ไปใช้ทุนในโรงพยาบาลสังกัด สธ.ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่นักศึกษาต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ส่วนนี้ไม่ต้องใช้ทุน แต่ไม่มีใครฟัง ทุกวันนี้ นักศึกษาทันตแพทย์ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน แต่ยังต้องใช้ทุนในโรงพยาบาลรัฐ” ทพ.ดร.ณรงค์ กล่าว
ทพ.ดร.ณรงค์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากขอคือ รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องยุติธรรม ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าการผลิตนักศึกษาทันตแพทย์ 6 ปี มีตำแหน่งรองรับกี่ตำแหน่ง แบ่งกลุ่มผู้ที่ต้องใช้ทุนเมื่อเรียนจบ และกลุ่มที่ไม่ต้องใช้ทุน จะทำให้มหาวิทยาลัยรัฐไม่ขาดทุนมาก อีกทั้ง ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเอกชนอีกหลายแห่งเตรียมเปิดคณะทันตแพทยศาสตร์ ทั้งๆ ที่ขาดแคลนอาจารย์ผู้สอน เพราะมองว่าตลาดยังต้องการทันตแพทย์ และมีผู้ปกครองที่พร้อมจะส่งลูกเรียน ถ้าเป็นเช่นนี้ มหาวิทยาลัยรัฐก็ควรจะทำได้ด้วย

ด้าน ศ.พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภา มฟล.กล่าวว่า ที่รัฐตัดงบอุดหนุนรายหัวนักศึกษา เพราะต้องการลดภาระ และงบในการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม การตัดงบอุดหนุนรายหัวนักศึกษานั้น มหาวิทยาลัยใหญ่ที่มีความสามารถ และช่วยเหลือตัวเองได้ จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่มหาวิทยาลัยเล็กๆ ได้รับผลกระทบต่อการพัฒนา เหมือนเป็นการบีบมหาวิทยาลัยให้ต้องพัฒนาตัวเอง ส่วนที่รัฐตัดงบอุดหนุนรายหัวนักศึกษาทันตแพทย์ด้วยนั้น ถือเป็นความผิดพลาด ซึ่งไม่ควร เพราะทันตแพทย์ยังจำเป็นอีกมาก การตัดงบดังกล่าวเป็นการตัดโอกาสการให้บริการ และการเข้าถึงบริการของประชาชน
“รัฐควรสนับสนุนงบเพื่อให้ผลิตทันตแพทย์เพิ่ม นอกเหนือจากที่ให้งบอุดหนุนรายหัวนักศึกษาแพทย์ กรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าตัวเลขการผลิตทันตแพทย์เกินพอแล้วนั้น ถ้าดูตัวเลขเหมือนเกินพอ แต่จริงๆ แล้วทันตแพทย์กระจุกตัวอยู่ในเมือง ส่วนชนบทมีน้อยมาก อย่างใน จ.เชียงราย ทันตแพทย์ และแพทย์ จะกระจุกตัวอยู่ในเมือง โดยข้อมูลตัวเลขบุคลากรสาธารณสุข จ.เชียงราย มีสัดส่วนทันตแพทย์ต่อประชากร 1 ต่อ 9,618 จาก 1 ต่อ 10,000 ส่วนสัดส่วนแพทย์ 1 ต่อ 3,214 จาก 1 ต่อ 4,500 แม้ตัวเลขจะใกล้เคียงกับความต้องการที่แท้จริง แต่กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ” ศ.พิเศษ ดร.วันชัย กล่าว
ศ.พิเศษ ดร.วันชัยกล่าวอีกว่า ดังนั้น รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องกลับมาทบทวนคุณภาพบริการทางด้านสาธารณสุขที่มีคุณสมบัติทัดเทียมกัน ไม่ใช่ดูแค่ปริมาณ หรือคนมีฐานะที่ได้รับบริการที่ดีเท่านั้น โดยรัฐควรส่งเสริมสนับสนุนให้มีบริการมากขึ้น เพื่อกระจายให้บริการในท้องถิ่นธุรกันดารได้มากขึ้น

