หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา กรมศิลป์เตรีย...

กรมศิลป์เตรียมย้ายต้นมะขาม 50 ต้นจากสนามหลวง เปิดรับอาสาสมัครร่วมสร้างพระโกศจันทน์ถึง 3 ก.พ.

18.01.17 | 14:00 น.
ขุดต้นมะข้าม 50 ต้นไปอนุบาลที่อื่นก่อน เพื่อเปิดทางเข้ามาสนามหลวงใหม่เนื่องจากถนนเส้นกลางเดิมถูกทับไปโดยพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ โดยบริเวณที่ต้องขุดต้นมะขามคือบริเวณหน้าทางเดินมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 16 ต้น ทางเท้าสนามหลวงฝั่งตรงข้าม 20 ต้น และทางเท้าบริเวณที่จะสร้างพระที่นั่งทรงธรรม 14 ต้น

ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้ที่กำหนดการวางผังที่ตั้ง และออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมพระเมรุเบื้องต้น เปิดเผยถึงความคืบหน้าการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ว่า การกำหนดจุดวางผังพระเมรุมาศครั้งนี้ กำหนดจุดที่ตั้งตำแหน่งพระเมรุมาศโดยพิจารณาจากจุดตัดของแนวแกนที่สำคัญระหว่างโบราณสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน คือ แกนเหนือ-ใต้ ตรงกับแนวพระศรีรัตนเจดีย์ หรือเจดีย์ทองในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก ตรงกับอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร การกำหนดจุดดังกล่าว แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เนื่องจากขนาดพระเมรุเล็กกว่า การใช้พื้นที่ไม่เต็มสนามหลวง แต่ครั้งนี้พระเมรุมาศมีขนาดใหญ่ การเชื่อมโยงกับส่วนที่เป็นปูชนียสถานหรือโบราณสถานที่สำคัญ จะทำให้เกิดมีพลังและความสวยงาม การวางผังที่สัมพันธ์กับสิ่งสำคัญของเมืองดังกล่าวจึงถือเป็นจุดเด่นของผังครั้งนี้ สื่อความหมายที่เชื่อมโยงกับพระบรมมหาราชวังซึ่งพระองค์คือพระมหาราชาผู้เป็นใหญ่และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกด้วย

“งานภูมิสถาปัตยกรรม จะเป็นตัวเชื่อมโยงที่ว่างระหว่างอาคารต่างๆ ซึ่งครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง อย่างฐานพระเมรุในสมัยก่อนเป็นสวนไทย มีโขดหิน ไม้ดัด สัตว์หิมพานต์ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้งโดยการออกแบบให้มีสระอโนดาตรอบฐานพระเมรุมาศทั้ง 4 ด้านและอยู่ที่มุมทั้ง 4 มุมด้วย แนวความคิดด้านภูมิสถาปัตยกรรม ที่สะท้อนถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 องค์พระราชาผู้ซึ่งมีความผูกพันเกี่ยวข้องกับน้ำ จากโครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ มีมากกว่า 3,000 โครงการที่เกี่ยวกับน้ำ น้ำจึงเป็นลักษณะเด่นหนึ่งที่เห็นแล้วเรานึกถึงพระองค์ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ” ดร.พรธรรม กล่าวและว่า ภูมิสถาปัตยกรรมที่อยู่ลานรอบฐานพระเมรุมาศ เป็นการออกแบบโดยตีความจากแผนภูมิจักรวาล โดยเปรียบพระเมรุมาศกับเขาพระสุเมรุ บริเวณรอบๆ เป็นจักรวาล ประกอบด้วยสัตตบริภัณฑคีรี และมหาสมุทร ทวีปทั้ง 4 ได้แก่ อุตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหะ ชมพูทวีป และอมรโคยาน โดยการตีความที่แสดงให้เห็นจากลวดลายพื้นลานโดยรอบพระเมรุมาศ

ดร.พรธรรม กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ด้านนอก รั้วราชวัตรทางทิศเหนือซึ่งเป็นทางเข้าหลักของพระเมรุมาศ จะมีแนวความคิดของงานภูมิสถาปัตยกรรม โดยพื้นที่นอกรั้วราชวัตรทางทิศเหนือซึ่งเป็นทางเข้าหลักของพระเมรุมาศ เป็นงานภูมิสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงพระราชกรณียกิจหรืองานโครงการหลวงในพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานให้แก่ประชาชนได้อยู่ดีกินดี เช่น โครงการพระราชดำริที่เกี่ยวกับ หญ้าแฝก ข้าว การขุดบ่อแก้มลิง กังหันชัยพัฒนา ฝายน้ำล้น ต้นยางนา ต้นมะม่วงมหาชนก ดอกหน้าวัวสีชมพู โดยที่ในส่วนของนาข้าว จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูว่าข้าวพันธุ์ไหนที่ควรนำมาปลูก เราออกแบบให้เป็นขั้นๆ และจะมีขอบคันนาซึ่งเป็นการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นเป็นเลขเก้าไทยสีดินทอง เป็นเชิงสัญลักษณ์สื่อว่าพระเมรุมาศที่สร้างขึ้น ถวายให้กับในหลวง รัชกาลที่ 9

“ภูมิสถาปัตยกรรมบางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงสวน แต่นี่ไม่ใช่สวน เพราะสวนสำหรับบางคนคิดถึงแต่ความงาม สำหรับภูมิสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 นี้ไม่ใช่เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ต้องมีประโยชน์ต่อประชาชน เช่น ต้นไม้ที่นำมาปลูก การจัดปรับพื้นที่ก็ต้องเป็นประโยชน์และสามารถดัดแปลงนำไปใช้ต่อได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือแนวความคิดในการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม บริเวณพื้นที่นอกรั้วราชวัตรทางด้านทิศเหนือที่ไม่ได้มองแค่เปลือกความสวยงามอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วย นอกจากนี้มีต้นไม้ที่อยู่ในกระถางด้วย ประมาณ 5-6 แบบ” ดร.พรธรรม กล่าว และว่า สำหรับพื้น จะปูด้วยคอนกรีตบล็อกเป็นแผ่นๆ มาวาง มีการสั่งวัสดุที่มีสีและผิวสัมผัสพิเศษกว่างานทั่วๆ ไป อย่างพื้นรอบฐานพระเมรุมาศ จะให้ผสมเกล็ดแก้ว การปูพื้นจะเป็นแผ่นๆ มีการบดอัด เสริมโครงสร้างข้างล่างไม่ให้ทรุด เพราะต้องคำนึงถึงการใช้งานซึ่งจะมีขบวนพระราชพิธีต่างๆ จึงต้องรับน้ำหนักได้ด้วย ต้องแข็งแรง คงทน ทนทาน สวยงาม ส่วนสีที่สั่งทำพิเศษ มีสีทอง ขาว เทา ตอนนี้เลือกวัสดุและทดลองสีเสร็จแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ในการสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้มีขนาดใหญ่ การใช้พื้นที่จึงต้องขยายพื้นที่เลยข้ามจากสนามหญ้าไปยังถนนเส้นกลาง ซึ่งจำเป็นต้องขุดย้ายต้นมะขามโดยประมาณ 50 ต้นออกไปอนุบาลที่อื่นก่อน และเมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้ว จะย้ายกลับมาปลูกที่เดิม และจะมีการเพาะเนื้อเยื่อไว้ด้วยเผื่อกรณีบางต้นแก่มากแล้ว อาจจะไม่รอด

นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบรูปแบบพิธีการและการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ประชาชน สถาบันการศึกษา ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 จึงประกาศรับสมัครอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานจัดสร้างพระโกศจันทน์และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านศิลปกรรม มีทักษะฝีมือ และผลงานด้านช่างศิลปกรรมเป็นที่ยอมรับ มีทักษะฝีมือและผลงานศิลปกรรมที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของสำนักช่างสิบหมู่

Advertisement

รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า เปิดรับสมัครผู้สนใจตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้สามารถสมัครได้ด้วยตนเองที่ อาคารฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถ.พุทธมณฑล สาย 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม หรือสมัครทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน ดาว์โหลดใบสมัครที่ www.finearts.go.th/traditionalart และส่งใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม โดยถือวันที่ประทับตาไปรษณีย์เป็นสำคัญ ทั้งนี้สำนักช่าวสิบหมู่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าทดสอบความสามารถและการสัมภาษณ์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ทางเว็บ www.finearts.go.th/traditionalart คัดเลือกโดยการทดสอบทักษะความสามารถทางด้านช่างฝีมือและการสัมภาษณ์ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ณ อาคารกลุ่มประณีตศิลป์ (อาคาร1) สำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม

“อยากให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเข้ามาร่วมสมัคร โดยจะรับสมัครไม่จำกัดจำนวน จากนั้นสำนักช่างสิบหมู่ จะทำการทดสอบฝีมือ เพื่อแยกประเภทว่าใครเหมาะกับงานประเภทใด ซึ่งมีหลายส่วน อาทิ ช่างปิดทอง แกะกระจก ฉลุไม้จันทน์ เป็นต้น “นายสหภูมิกล่าว