กรณีสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รายงานผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ปี 2022 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เป็นการวัดผลความฉลาดรู้ หรือ Literacy ใน 3 ด้าน ได้แก่ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มีนักเรียนเข้าร่วมการประเมินประมาณ 690,000 คน ถือว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปี ประมาณ 29 ล้านคน จาก 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับในประเทศไทย สสวท.ทำหน้าที่เป็นศูนย์แห่งชาติ ดำเนินการจัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมการประเมินจาก 279 โรงเรียน ในทุกสังกัดการศึกษา รวม 8,495 คน และได้ประกาศผลประเมินล่าสุด ซึ่งพบว่า คะแนนของเด็กไทยค่อนข้างต่ำ โดย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมตั้งคณะทำงานเคราะห์ปัญหาอุปสรรคเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยมีปลัดศธ.เป็นประธานนั้น
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือแต่งตั้งเป็นคณะทำงานวิเคราะห์และแก้ปัญหาผลสอบPISA อย่างเป็นทางการ โดยในที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ของศธ. ที่มีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการหารือเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการศธ. ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอปัญหา และหาแนวทางแก้ไข โดยย้ำว่าการสอบPISA รอบต่อไปที่จะมีขึ้นในปี 2025 หรือปี 2568 ผลคะแนนนประเมินจะต้องดีขึ้น ดังนั้นคงต้องเร่งวางแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งเร็ว ๆ นี้น่าจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
“อย่างไรก็ตามผลประเมินภาพรวมทุกประเทศถือว่าต่ำลงเช่นกัน ไม่ใช่แค่ประเทศไทย ส่วนหนึ่งเพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ดังนั้นหากจะให้ผลประเมินในรอบต่อไปดีขึ้น ต้องเริ่มพัฒนาการจัดการเรียนการสอน เน้นการอ่าน และการคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น” นายสุเทพ กล่าว

