จี้นายกฯ ใช้การศึกษาลดเหลื่อมล้ำ แก้ ‘เด็กไทย’ ติด 1 ใน 3 ขายบริการมากสุดในโลก

19.12.23 | 10:25 น.

จี้นายกฯ ใช้การศึกษาลดเหลื่อมล้ำ แก้ ‘เด็กไทย’ ติด 1 ใน 3 ขายบริการมากสุดในโลก แนะต้อง ‘ปฏิรูป-แก้ไขระบบ-โครงสร้าง’

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ จะเห็นข่าวชาวเยอรมันซื้อบริการเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือจะเป็นกรณีนักกีฬาชื่อดังล่วงละเมิดเด็กผู้หญิงต่ำกว่า 18 ปี จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ติด 1 ใน 10 ของโลก ขณะเดียวกันเป็นการท่องเที่ยวแบบ Sex Tourism เช่นกัน เพราะไทยติด 1 ใน 3 ที่มีเด็กขายบริการมากที่สุดในโลก โดยภาพรวมแล้วไทยมีผู้ที่ทำอาชีพขายบริการประมาณ 10 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเด็กขายบริการทางเพศ 2-8 แสนคน

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า การใช้บริการทางเพศของเด็กไทยเป็นที่โจษจัน และรับรู้กันในหมู่นักท่องเที่ยว ว่าถ้ามาเมืองไทย การซื้อบริการทางเพศเด็ก เป็นบริการที่หาได้อย่างง่ายดาย หากเจอปัญหาก็สามารถจัดการได้ด้วยเงิน ซึ่งไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกแก้ปัญหาเป็นเคสๆ ไป ต้องแก้ไขในภาพรวม เพราะปัญหานี้สะท้อนให้เห็นว่าคนยากจน คนได้รับการศึกษาน้อย จะต้องใช้เรือนร่างของตนเข้าแลกเพื่อให้ได้เงิน อย่างไรก็ตาม หนทางที่จะทำให้คนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ มีอยู่ 3 ทาง คือ 1.การศึกษา ถ้าได้รับการศึกษาที่เท่าเทียม และทั่วถึง จะช่วยให้สถานะทางสังคมของเด็ก และครอบครัวจะดีขึ้น 2.ใช้ไปในกีฬาที่เน้นความเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นนักมวย นักกีฬายกน้ำหนัก เป็นต้น และ 3.ขายบริการ ขายแรงงาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ความยากจนที่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด และที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เป็นโจทย์สำคัญของประเทศ ให้ลดลง หรือดีขึ้นได้

“ต้นเหตุของการเกิดปัญหาเหล่านี้ ไม่เคยได้รับการปฏิรูป หรือแก้ไขในเชิงระบบ และโครงสร้างให้ดีขึ้น ผมขอแนะนำให้รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี เร่งแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะปัญหาที่เด็กต้องมาขายบริการทางเพศโดยเร็ว โดยเข้าไปศึกษางานวิจัยที่ศึกษาเรื่องดังกล่าว หรือจะดูสารคดีเรื่อง SOUND OF FREEDOM ที่สะท้อนปัญหาขายบริการทางเพศของเด็ก จะทราบว่ารากเหง้าของปัญหาในสังคมไทยเกิดจากอะไร ทำไมเด็กต้องเอาเรือนร่างมาขายบริการ แล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และความเหลื่อมล้ำจะลดลงอย่างแท้จริง” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลมาถูกทางแล้ว 1 เรื่อง คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน แต่ที่อยากให้มาดูแลอย่างจริงจัง คือการปฏิรูปการศึกษา ที่ต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาให้ได้ แต่ผมไม่เชื่อว่ารัฐมนตรี 3 คน ที่ดูแลด้านการศึกษาในขณะนี้ คือรัฐมนตรีในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ ดังนั้น จึงอยากจะฝาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กลับมาศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษา ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาการขายบริการทางเพศเด็ก และการขายแรงงานเด็ก โดยใช้การศึกษาเข้ามาสร้างความเท่าเทียม และสร้างโอกาสให้กับเด็กเหล่านี้โดยเร็ว

Advertisement