ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา บรรยายพิเศษ นักเรียนนายร้อย ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นปีที่ 5 จำนวน 250 นาย ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา และคณะนายทหาร เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่า “ความพอเพียงทางระบบการเมืองการปกครอง (a simple system for political & administration) เป็นคำตอบที่เหมาะสมยามนี้ มีผู้เสนอแนะว่า หากทำได้จะเกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวง บอกว่าเมืองไทยน่าจะช่วยกันขบคิดนำระบบการเมืองการปกครองผสานเข้ากับแนวคิดปรัชญาความพอเพียงหรืออุดมการณ์ความไม่ฟุ่มเฟือย เรียบง่าย มาประกอบใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ทางการเมืองการปกครองและการบริหาร อาทิ การแยกอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติออกจากกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะดำรงตำแหน่งทางการบริหารไม่ได้
ดังนั้น ฝ่ายบริหารจึงเป็นบุคคลภายนอกระบบรัฐสภาที่จะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติกับอีกอำนาจหน้าที่ของทั้ง 2 ส่วนอย่างเหมาะสม คือ นิติบัญญัติ และบริหาร ให้มีความชัดเจนที่สุด มีความรับผิดชอบสูงสุด ทั้งประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ อายุ แนวคิดทางคุณธรรมจริยธรรม ความรักชาติรักแผ่นดิน ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความซื่อตรง ฯลฯ มีการกำหนดวาระของการดำรงตำแหน่งหน้าที่ในตำแหน่งเดียวกันให้เหลือน้อยที่สุด เช่น การอยู่ได้เพียง 1 สมัยเท่านั้น ประการสำคัญทางความเปลี่ยนแปลง คือ การปรับลดอัตราเงินเดือนและเงินพิเศษอื่น ๆ ของตำแหน่งทางการเมืองลง โดยให้ถือว่าทุก ๆ ตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้ทรงเกียรติและเสียสละแก่ชาติบ้านเมืองและประชาชน กำหนดแนวนโยบายและหลักการบริหารจัดการงบประมาณของทางราชการอย่างรอบคอบบนพื้นฐานของความไม่ท้าทาย มีการบริหารงบประมาณแผ่นดินอย่างพอเพียงในทุก ๆ บริบทโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับการกระจายอำนาจในการบริหารการปกครองระดับต่าง ๆ ในพื้นที่ จะต้องดำเนินไปอย่างมีระเบียบแบบแผนที่เหมาะสม ไม่ผลีผลาม ไม่ฝักใฝ่กับอำนาจนิยม มีระบบการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความโปร่งใส การทำงานเชิงความคิดในส่วนนี้ นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชน องค์กรตรวจสอบทุก ๆ องค์กร ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญทางงานปกครองและกิจการต่างประเทศต้องช่วยกันกำหนดกรอบความคิดในเชิงที่เป็นรูปธรรมอันมีวิสัยทัศน์ซึ่งแม้จะมีความแปลกและใหม่เพื่อบ้านเมือง ในอันที่จะให้เกิด “บรรยากาศแห่งความเรียบง่ายทางการเมืองการปกครอง” (a simple system for political & administration) ผู้บริหารทางการเมืองการปกครองต้องเป็นแบบอย่างแก่ผู้คนพลเมือง ไม่คุยโวโอ้อวด ไม่หลงลืมตัว ไม่ลุแก่อำนาจ และไม่ได้มีสถานะเป็นบุคคลสำคัญ เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติในเชิงลบของประชาชนที่ขาดความศรัทธาเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองการบริหารของประเทศไทย และพัฒนาความเลื่อมใสศรัทธา ความโปร่งใส และหลักสุจริตธรรม ให้เกิดขึ้นทดแทนระบบที่ขาดประสิทธิภาพประสิทธิผล ขาดธรรมาภิบาลทางการบริหารโดยไม่ชักช้า






