หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (306) 成语故事 (三零六)

24.12.23 | 11:06 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (306) 成语故事 (三零六)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 二桃杀三士/二桃殺三士 èr táo shā sān shì ​(เอ้อร์ ถาว ฌา ซาน ฉื้อ) โดย คำว่า 二 èr (เอ้อร์) แปลว่า จำนวนนับ สอง 桃 táo (ถาว) แปลว่า ลูกท้อ (ผลไม้) 杀/殺 shā (ฌา) แปลว่า ฆ่า สังหาร 三 sān (ซาน) แปลว่า จำนวนนับ สาม 士 shì (ฉื้อ) แปลว่า ขุนนาง เมื่อรวมกันหมายถึง ใช้ลูกท้อสองผลสังหารขุนนางสามคน เป็นกลยุทธ์การยืมมือผู้อื่นกำจัดบุคคลที่ตัวเองต้องการกำจัด หรือยืมดาบฆ่าคนนั่นเอง  มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

ประเทศจีนในช่วงชุนชิว 春秋 Chūnqiū เป็นยุคแห่งความแตกแยกที่สุด เกิดรัฐใหญ่เล็กมากมายนับไม่ถ้วน แต่ละรัฐต่างทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดของรัฐของตน ไม่ว่าจะสรรหาคนเก่ง คนมากความรู้มาช่วยงานบริหาร ขุนศึกที่เก่งมาช่วยปกป้องหรือขยายดินแดน เมื่อภารกิจบรรลุ ก็เป็นคราวที่ต้องวัดใจกันระหว่างเจ้านายกับลูกน้องว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป ซึ่งวิถีแบบนี้มันก็ยังคงดำเนินมาจนถึงสังคมยุคปัจจุบัน ที่แม้โลกเราเจริญพัฒนาไปเพียงใดแล้วก็ตาม ก็ยังมิอาจหลุดพ้นจากวัฏจักรอันโหดร้ายนี้ไปได้

โดยหนึ่งในตัวละครฉากนี้ได้แก่ รัฐฉี 齐国/ 齊國 Qí guó ในยุคการปกครองของ ฉีจิ่งกง 齐景公/齊景公 Qíjǐnggōng เนื่องจากฉีจิ่งกงได้ขึ้นครองอำนาจด้วยความบังเอิญ ดังนั้น ในช่วงต้นๆ ของการปกครอง เขาต้องตกอยู่ใต้อำนาจของเหล่าขุนนางหลายฝ่าย เมื่อเขาโตขึ้น และสามารถแย่งชิงอำนาจทั้งหลายมาอยู่ใต้อุ้งมือของตัวเองแต่เพียงผู้เดียวแล้ว จึงทำให้เขามีความหวาดระแวงต่อผู้คนรอบข้างของเขายิ่งนัก จึงมีที่มาว่า

ครั้งหนึ่งฉีจิ่งกงได้ระบายความในใจกับมหาเสนาบดีที่เขาไว้ใจนามว่าเยี่ยน จื่อ 晏子 Yànzi โดยฉีจิ่งกงได้พูดว่า พี่ชายเขาได้ขึ้นครองอำนาจเพราะเหล่าข้าราชบริพารของพ่อช่วยกันอุ้มชู แต่มาพี่ชายข้าก็ถูกเหล่าข้าราชบริพารเหล่านั้นยึดอำนาจ และสังหาร แล้วก็มาเอาตัวข้าขึ้นเป็นหุ่นเชิดอำนาจของพวกเขาตั้งสิบกว่าปี ต่อมาข้าร่วมกับเหล่าขุนนางทั้งสามช่วยข้าชิงอำนาจจากขุนนางเก่าเหล่านั้นมาได้ ผลงานของพวกเขาใหญ่หลวงนัก ถ้าต่อไปภายหน้าหากข้ามีเรื่องขัดแย้งกับเหล่าขุนนางทั้งสามคนที่ช่วยเหลือข้า ข้าก็คงต้องถูกพวกเขาร่วมกันทำร้ายเอาเป็นแน่

Advertisement

มหาเสนาบดีเยี่ยน จื่อ ได้ฟัง ก็คิดว่าเขาเองก็หมั่นไส้ขุนนางผู้กล้าทั้งสามอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงครุ่นคิดแผนการในใจครู่หนึ่ง จึงตอบแก่เจ้านายของตนว่า เรื่องจะกำจัดขุนนางทั้งสามคนให้พ้นจากวงโครจรอำนาจนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตนก็แล้วกัน เมื่อฉีจิ่งกงได้ฟังก็ดีใจ และมอบภารกิจลับนี้ให้ เยี่ยนจื่อคิดว่าการจะกำจัดขุนนางทั้งสามนี้เป็นเรื่องยากยิ่งนัก เพราะทั้งสามคนก็เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อฉีจิ่งกงยิ่งนัก ที่สำคัญทั้งสามล้วนมีผลงาน และเป็นบุญเป็นคุณต่อฉีจิ่งกงมากมาย ดังนั้น หากผลีผลามทำแล้วเกิดความผิดพลาด ภัยร้ายก็จะเกิดแก่ตน และฉีจิ่งกงได้ คงต้องใจเย็นๆ และรอโอกาสเท่านั้น

แล้วก็เป็นไปตามคาด โอกาสก็มาถึงในวันหนึ่ง เมื่อเจ้าผู้ครองนครัฐหลู่ 鲁国/魯國 Lǔ guó หลู่กั๋ว มาเยือนรัฐฉี ฉีจิ่งกงได้จัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ในงานเลี้ยงนั้น เยี่ยนจื่อได้ขอให้ฉีจิ่งกงมอบลูกท้อพิเศษให้กับแขก และพร้อมกันนั้นก็ถือโอกาสประกาศคุณงามความดีของวีรบุรุษแห่งรัฐให้แขกได้ชื่นชม โดยลูกท้อที่เตรียมมาในงานครั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมด 6 ลูก สองลูกเป็นของฉีจิ่งกง และเจ้านครรัฐหลู่ อีกสองลูกเป็นของมหาเสนาบดีของทั้งสองรัฐ ที่เหลืออีกสองลูกจะมอบให้วีรบุรุษแห่งรัฐ แต่จะให้ใครดี ก็ยากจะตัดสินใจ

เยี่ยนจื่อจึงประกาศในงานว่า ในท้องพระโรงแห่งนี้ ใครที่คิดว่าตนเองมีคุณงามความดีต่อรัฐฉีมากที่สุด ก็จงประกาศคุณงามความดีของตนออกมาเพื่อจะได้รับลูกท้อไปหนึ่งลูก เมื่อสิ้นคำประกาศ ขุนนางทั้งสามที่เคยสร้างคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงให้กับรัฐฉีก็สลับกันขึ้นพูดถึงวีรกรรมของตน โดยคนที่หนึ่งพูดว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยช่วยชีวิตฉีจิ่งกงจากอุ้งเล็บเสือโคร่งได้ คุณงามความดีนี้พอจะได้รับผลท้อสักลูกไหม เสนาบดีเยี่ยนจื่อตอบกลับว่าคุณความดีของท่านในการช่วยเหลือชีวิตเจ้านาย นับว่ามากมาย ควรได้รับท้อไปรับประทาน

เมื่อคนที่หนึ่งได้ผลท้อไปหนึ่งลูกแล้ว ขุนนางคนที่สองก็ลุกขึ้นกล่าวว่า ครั้งหนึ่งในระหว่างข้ามแม่น้ำเหลือง 黄河 Huánghé  (หวงเหอ) ม้าของฉีจิ่งกงถูกตะพาบยักษ์งาบ และลากลงน้ำลึก ในช่วงวิกฤตทั้งม้าทั้งฉีจิ่งกงกำลังจะจมน้ำไปนั้น ข้ากระโดดลงไปช่วยได้ทั้งคนทั้งม้า เช่นนี้แล้วถือว่ามีคุณประโยชน์หรือไม่ เสนาบดีเยี่ยนจื่อก็ตอบกลับไปว่า คุณประโยชน์ใหญ่หลวง สมควรรับผลท้อไปเช่นกัน

(ที่มาภาพ https://baijiahao.baidu.com/s?id=1740308372923075956&wfr=spider&for=pc)

จากนั้นขุนศึกคนที่สามก็ลุกขึ้นกล่าวด้วยอารมณ์อันบูดบึ้งว่า ข้าเป็นแม่ทัพออกรบ ปราบปรามกบฏ ขยายดินแดนรัฐฉีให้กว้างใหญ่ออกไปมากมาย จนบารมีของรัฐฉีแผ่ขยายออกไปสี่ทิศ ชื่อเสียงของฉีจิ่งกงขจรขจายไปทั่วหล้า เช่นนี้แล้วถือว่าสร้างคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติหรือไม่ เสนาบดีเยี่ยนจื่อตอบว่า คุณงามความดีของท่านถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของแผ่นดีหาใครเทียบไม่ได้ แต่เนื่องจากลูกท้อสองลูกได้แจกออกไปหมดแล้ว ข้าจึงขอแสดงความเคารพต่อท่านด้วยเหล้าหนึ่งจอกแทน

ขุนศึกคนที่สามนี้นิสัยมุทะลุ ห้าวหาญ สมชายชาติทหาร  เมื่อรู้ว่าลูกท้อหมด ตัวเองไม่ได้กินแน่แล้ว จึงพูดด้วยความโมโห และน้อยใจว่า ในเมื่อข้าทำคุณประโยชน์สูงสุด แต่กลับไม่ได้รับพระราชทานลูกท้อ เช่นนี้แล้ว ข้าจะอยู่สู้หน้าผู้คนได้อย่างไร พูดจบก็ชักกระบี่ขึ้นมาเชือดคอตัวเองดับคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนมากยิ่งนัก

แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ขุนนางผู้กล้าคนที่สองก็ลุกขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความเสียใจยิ่งว่า ขุนพลท่านนี้มีคุณงามความดีมากกว่าตน แต่กลับไม่ได้กินลูกท้อ ตัวเองกลับได้กินก่อน มันช่างน่าอับอายยิ่งนัก ว่าแล้วก็ชักกระบี่เชือดคอตัวเองดับไปอีกคน ขุนนางคนแรกเห็นสองขุนนางฆ่าตัวตายเช่นนี้ ก็ลุกขึ้นพูดว่า ข้ากับเขาทั้งสองเคยสาบาญร่วมกันว่าจะร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน ตอนนี้ทั้งสองตายไปแล้ว แล้วข้าจะอยู่ไปไย ว่าแล้วก็เชือดคอฆ่าตัวตายไปอีกคน เป็นอันว่าขุนนางผู้มีผลงานและคุณประการอันยิ่งใหญ่ต่อรัฐฉีต้องมาตายไปพร้อมกันจากงานเลี้ยงครั้งนี้

ต่อมาผู้คนจึงเอาเหตุการณ์ลูกท้อสองลูกสังหารสามขุนนาง มาสะท้อนสังคมว่า คนดีคนซื่อ มักตกเป็นเหยื่อของคนคดโกง หรือคนปัญญาน้อยย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:用计谋借刀杀人。

成語比喻:用計謀借刀殺人。

Chénɡyǔ bǐyù:Yòng jìmóu jièdāoshārén.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  โย่ง จี้โหมว เจี้ย ตาว ฌา เหริน

สุภาษิตเปรียบว่า ใช้แผนการยืมดาบฆ่าคน

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

二桃杀三士的故事告诉我们,跟那些很会说花言巧语的人打交道时要多加警惕。

二桃殺三士的故事告訴我們,跟那些很會說花言巧語的人打交道時要多加警惕。

Èrtáoshāsānshì de gùshì gàosù wǒmen, gēn nàxiē hěn huì shuō huāyánqiǎoyǔ de rén dǎjiāodào shí yào duōjiā jǐngtì.

​​เอ้อร์ถาวฌาซานฉื้อ เตอะ กู้ฉื้อ เก้าสู้ หวั่วเหมิน, เกิน น่าเซีย เหิ่น หุ้ย ฌัว ฮวาเหยียนเฉียวยหวี่ เตอะ เหริน ต่า เจียวต้าว ฉือ เหย้า ตัวเจีย จิ่งที่

นิทานเรื่องลูกท้อสองผลฆ่าสามขุนนาง บอกให้เรารู้ว่า เราควรระมัดระวังให้มาก เมื่อต้องคบกับคนที่พูดจาปากหวาน