‘อนุทิน’ เปิดงานซอฟต์เพาเวอร์ ศธ. เชื่อเด็กไทยไม่แพ้ชาติใด ย้ำปลูกฝังให้มีความมุ่งมั่น

25.12.23 | 13:19 น.

‘อนุทิน’ เปิดงานซอฟต์เพาเวอร์ ศธ. ย้ำต้องปลูกฝังให้เด็กมีความมุ่งมั่น ภาคภูมิใจในความเป็นไทย เชื่อเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดประธานเปิดงาน “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” และแถลงผลงานตามนโยบายของ ศธ. ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ธันวาคม ที่กระทรวง ศธ.และพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ.และโฆษก ศธ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. ผู้บริหาร ศธ. ครู นักเรียน เข้าร่วมกว่า 500 คน

นายอนุทินกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นความพร้อมเพียงของชาว ศธ. ซึ่งวันนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ไม่สามารถมาร่วมงานได้ ดังนั้น ในฐานะรองนายกฯจึงถือว่าเป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ทั้งนี้ ศธ.และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมาตนติดตามและเห็นข้อมูลมาตลอดว่า การศึกษาไทยรั้งท้าย ซึ่งก็ต้องถามกลับไปว่าเอาเกณฑ์อะไรมาวัด

นายอนุทินกล่าวว่า เชื่อว่าความสำเร็จทุกอย่างอยู่ที่ความมุ่งมั่น ยกตัวอย่าง เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เกิดที่ จ.สงขลา ได้เรียนหนังสือเช่นเดียวกันทุกคน แต่มีความมุ่งมั่น จนเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายกฯ เป็นประธานองคมนตรี โดยหากย้อนกลับไปมองยังเห็นว่าตัวเองโชคดีกว่า พล.อ.เปรม เพราะเกิดมามีทุกอย่างค่อนข้างจะพร้อม เชื่อว่าในที่นี้มีหลายคนเกิดต่างจังหวัด ได้เรียนหนังสือเหมือนนักเรียนทั่วไปแต่ก็พัฒนาได้ ทั้งหมดอยู่ที่ความมุ่งมั่น อย่าดูว่าเขาวัดอะไรอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าเราปลูกฝังอะไรให้กับนักเรียน

Advertisement

“ผมเห็นนักเรียนที่มาแสดงเปิดงานในวันนี้ ผมรู้ได้ทันทีว่าทั้งหมดนี้คือซอฟต์เพาเวอร์ เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรม มีการออกกำลังกาย มีการยืดตัว มีความพร้อมและมีความมุ่งมั่น ตรงนี้แหละคือซอฟต์เพาเวอร์ เพราะมีทั้งความซอฟต์และมีเพาเวอร์ คือมีพลัง ดังนั้น ขอให้พัฒนาต่อเนื่อง ทิ้งไม่ได้ ระบบการศึกษาก็เช่นกัน อยู่ที่ว่า เราปลูกฝังให้คนเป็นคนดีแค่ไหน ทุกวันนี้แด็กสามารถเรียนรู้ได้โดยง่าย ผ่านโซเชียลมิเดียต่างๆ โลกมีความเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ครูต้องปรับตัวเอง จะให้เด็กเด็กกลัวครูเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ แต่ก็ต้องให้เด็กเกรงครู จะมาลบหลู่ดูหมิ่นครูอาจารย์ไม่ได้ ความกลัวครูตั้งแต่เด็กทำให้พวกเรามีวันนี้ได้ ทุกวันนี้ผมยังฝันว่ากลัวครูอยู่เลย เพราะความกลัวจะทำให้เกิดความพยายามและทำทุกอย่างให้ดีขึ้น” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ซอฟต์เพาเวอร์ ศธ. มีดีอยู่แล้ว แต่การศึกษาอาจจะต้องเน้นการเข้าถึงให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเด็กสามารถเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น สามารถเรียนรู้ได้ผ่านทางออนไลน์ ผลงาน 3 เดือนของ ศธ.ที่ผ่านมาก็มีให้เห็นชัดเจน เช่น ใครที่มีความรู้ความสามารถ มีสกิล ทักษะความชำนาญ มีพรสวรรค์ แต่ไม่ชอบเรียน ขาดในวุฒิบัตร ก็เปิดให้เทียบวุฒิการศึกษาได้ ซึ่งตนดูแลสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ดังนั้น ทุกอย่างเป็นองคาพยพเดียวกัน ที่ตนพูดแบบนี้เพราะอยากปลุกระดม วันนี้การศึกษาทัวร์ลงทั้งระบบ การศึกษารั้งท้าย ผลประเมินตกต่ำ ก็ต้องปรับปรุงทำให้คนเห็น

นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เด็กไทยทำไม่ได้ แข่งคณิตศาสตร์ วงโยธวาทิตก็คว้าแชมป์มาแล้ว ประกวดนางงามก็ติดอันดับ เด็กเหล่านี้ก็เรียนอยู่ที่ประเทศไทย ไม่ได้ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น อยากขอให้คนไทยช่วยกัน ต้องทำให้เด็กใฝ่ดี เด็กวัยนี้ใส่อะไรเข้าไปเขาก็ซึมซับ ดังนั้น ต้องใส่ความมุ่งมั่น เพื่อพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น โดยพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบ ไม่นอกกรอบเป็น ซอฟต์เพาเวอร์ด้านการศึกษา สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไปคือความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซึ่งเด็กของเรายังขาดเรื่องนี้ อาจเพราะเด็กรุ่นนี้ไม่ได้ดูโทรทัศน์ช่องไทย เหมือนสมัยก่อนที่จะมีพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งปลูกฝังให้เราภาคภูมิใจในประเทศไทย ทำให้เรารักประเทศไทย และเห็นว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ บรรพบุรุษต้องทุ่มเทเสียสละขนาดไหน

“วันนี้เราสู้กันด้วยสงครามเศรษฐกิจ ไม่ได้เสียเลือดเสียเนื้อเหมือนในอดีต ดังนั้น ต้องหวงแหนประเทศไทย ทุกคนใน ศธ.เป็นนักการศึกษาโดยตรง ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ มอบโอกาส แรงบันดาลใจ และส่งเสริมพวกเขาเหล่านั้นให้มากที่สุด ผมมาให้กำลังใจ ขาดตรงไหนตามคำวิจารณ์ก็ต้องเติม แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่มีอะไรเลย ผมไม่เชื่อว่าเราไม่มีพื้นฐาน ล้าหลัง ไม่มีทางพัฒนาการศึกษาไปได้ ผมขอให้กำลังใจอย่าได้ท้อถอย พัฒนาระบบการศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองในกรอบของประเทศไทย ทิ้งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความภาคภูมิใจในบ้านเมือง เมืองไทยเราสำคัญมาก เพราะทุกคนมีครู มีความยำเกรง มีวิชา สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังในเด็ก เชื่อว่า เราไม่แพ้ใครในโลก ขอมอบเป็นนโยยบายให้ปฏิบัติ และพร้อมสนับสนุน 100%” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ศธ.มีการพัฒนาหลักสูตรอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยมีการหยุดนิ่ง และพยายามหมุนไปตามความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลก การจัดงานวันนี้เพื่อให้กำลังใจและทำให้เด็กทราบว่า เขามีทางเลือกในอนาคตอย่างไร การศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว มีวิธีการแสวงหาความรู้ในหลายช่องทาง ขณะเดียวกันยังพยายามให้เด็กๆ ได้เห็นว่าถ้ามีความสามารถพิเศษ แต่อาจไม่ชอบเรียนวิชาการก็ยังมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเทียบวุฒิรับรองความสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าการศึกษาของไทยไม่ได้ด้อยกว่าใคร โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลทราบอยู่แล้วว่าภารกิจงานของ ศธ.เป็นพื้นฐานหลักที่สำคัญมากในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จะต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ซึ่งตนได้แจ้งให้ผู้บริหาร ศธ.พยายามออกมาประชาสัมพันธ์งานให้ประชาชนได้รับทราบ รวมถึงรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เพื่อนำมาปรับ

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องหนี้สินครูถือเป็นโจทย์ใหญ่ รัฐบาลกำลังจะมีวิธีการแก้ไข ซึ่งครูก็มีหนี้นอกระบบจำนวนมาก ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ จะเป็นเรื่องดี อย่างพวกส่งดอกทบต้น เสียดอกร้อยละ 20 ซึ่งครูถือเป็นอาชีพที่มีรายได้ประจำก็ต้องดูว่าเขามีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอยู่ในเรื่องที่รัฐบาลพยายามเร่งจะแก้ไข

“ขอย้ำว่า ศธ.จะต้องเร่งให้ความรู้กับนักเรียน ปลูกฝังให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เพื่อเตือนตัวเองว่าประเทศมีความมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ได้เพราะมี 4 สถาบันหลักค้ำจุน รวมถึงจะต้องปลูกฝังขนบธรรมเนียมให้เด็กไทย ส่วนที่จะมีการปรับปรุงเครื่องแบบลูกเสือนั้น ส่วนตัวคิดว่าการสวมเครื่องแบบทำให้เกิดความเท่าเทียมและมีความสวยงาม ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่ามีสถาบัน มีต้นสังกัด” นายอนุทินกล่าว

ขณะที่นายสิริพงศ์กล่าวว่า งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ธันวาคม ที่ ศธ.และพื้นที่บริเวณโดยรอบ สำหรับงานงาน “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” จะนำเสนอให้เห็นภาพรวมและความก้าวหน้าการดำเนินงานและพลังของชาว ศธ.ที่ได้ร่วมใจนำยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติไปสู่การปฏิบัติในระดับกระทรวง เพราะ ศธ.ไม่ใช่แค่หน่วยงานพัฒนาการศึกษาของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สามารถสร้างซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้ ศธ.มุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงซอฟต์เพาเวอร์ด้านการศึกษา เข้ากับวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอผลงานตามแนวคิด ซอฟต์เพาเวอร์ 5f ด้านการศึกษาโดยตรง 5 สาขา

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ประกอบด้วย สาขานวัตกรรมการจัดการ สาขาศิลปวัฒนธรรม สาขาแฟชั่น สาขาอาหาร สาขาดิจิทัลและสื่อสร้างสรรค์ ด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ ทำให้เห็นความสามารถของเด็กและครู บุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้ความสามารถในหลายมิติ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานทั้ง 3 วัน มากกว่า 16,500 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” และแถลงผลงานตามนโยบายของ ศธ. จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ธันวาคม ภายในงานมีเวทีการแสดงจากนักเรียนนักศึกษา มีกิจกรรมน่าสนใจ เช่น ดนตรีโฟล์กซอง การร้องเพลงไทยและสากล ลูกทุ่ง 4 ภาค การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงโชว์ผลงานชนะเลิศการประกวดร้องเพลง เป็นต้น

รวมถึงยังมีบูธจัดแสดงผลงานและของขวัญปีใหม่ที่ ศธ.จะมอบให้กับประชาชน ดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดฝึกอบรมหลักสูตรช่างชุมชน ฟรี เพื่อปรับปรุงทักษะ รีสกิล และหรือเพิ่มทักษะอัพสกิล และหรือสร้างทักษะใหม่ ให้แก่ประชาชนจำนวน 433 ชุมชน ชุมชนละ 20 คน เป็นเงิน 12,990,000 บาท ภายในเดือนมกราคม 2567

2.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จัดกิจกรรมลดราคาสินค้า ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ทุกสาขา สุงสุด 10% ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566-31 มกราคม 2567 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริหาร 500 คนต่อวัน 250 ครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายต่อคนๆละ 1,500 บาทต่อครัวเรือน ครัวเรือนละ 3,000 บาท เป็นเงิน 15 ล้านบาท

3.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในการทำงาน (TEC-W)

4.สอศ.จัดอาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชนฟรี จัดจุดบริหารตรวจสภาพรถเบื้องต้น ซ่อมและช่วยเหลือด้าน อื่นๆ จำนวน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริหาร 100 คนต่อวัน รวม 5 วัน เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท

5.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดโปรโมชั่นลดราคาหนังสือ อี-บุ๊ก สูงสุด30% คาดมีผู้ใช้บริการ 200 คนต่อวัน ลดค่าใช้จ่ายต่อคนได้กว่า 150 บาท เป็นเงิน 900,000 บาท

6.กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จัดกิจกรรมฝึกอาชีพระยะสั้นให้แก่ประชาชนฟรี จำนวน 928 แห่ง

และ 7.สสวท.ลดราคาสื่อและบอร์ดเกมของ สสวท.สูงสุด 15%