‘ธงทอง’ ชี้ เจนใหม่รับรู้ปวศ.หลากหลาย ไม่ได้จ้องแค่ตำรา แนะใช้เอไอประมวลข้อมูล แต่ต้องรอบคอบ
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับ TK Park จัดงานเสวนาวิชาการ “เปิดโฉมหน้าวิชาประวัติศาสตร์ไทย: คน GEN ใหม่ เรียนเรื่องเก่าแบบไหนในยุค AI ครองเมือง”
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เวลา 12.30 น. มี นักเรียน คุณครู อาจารย์ที่สอนด้านประวัติศาสตร์และสังคม เดินทางมาร่วมฟังเสวนาวิชาการล้นห้องประชุม โดยจะมีการเปิดให้ร่วมแสดงความคิดเห็น ออกแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ร่วมให้มุมมอง ส่วนช่วงที่ 2 เป็นการเปิดให้แสดงความเห็น ร่วมกันออกแบบวิชาประวัติศาสตร์
เวลา 13.00 น. มีการเสวนา ในหัวข้อ “เปิดโฉมหน้าวิชาประวัติศาสตร์ไทย: คน GEN ใหม่ เรียนเรื่องเก่าแบบไหนในยุค AI ครองเมือง” โดย ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม, ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายธนวรรธน์ สุวรรณปาล ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ โรงเรียนราชดำริ และ นายเฉลิมชัย พันธ์เลิศ ผู้อำนวยการสถาบันสังคมศึกษา สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมแสดงความเห็น
ในตอนหนึ่งเมื่อพิธีกรถามว่า มีเยาวชนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า เรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้วได้อะไร ส่วนตัวมองว่าได้อะไรบ้าง เรียนไปแล้วช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ปากท้องดีขึ้นได้หรือไม่อย่างไร ?
ศ.พิเศษธงทอง กล่าวว่า ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า การเรียนประวัติศาสตร์ไม่ควรเรียนเพียงแค่เกิดเรื่องราวอะไรขึ้น แต่ตนคิดว่าเราควรลึกลงไปกว่านั้นอีกชั้น คือรู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น เห็นมุมมองที่หลากหลายในกรณีเดียวกัน
อย่างในสมัยก่อน การเรียนประวัติศาสตร์ในระบบจารีต เราอาจจะพูดถึงสุโขทัย ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของประเทศไทย แต่คำนี้ก็มีการถกเถียงในเชิงวิชาการอย่างมาก เอาแค่ว่าประเทศไทย เกิดขึ้นได้อย่างไร เราอาจจะต้องพูดถึงคำว่ารัฐชาติ การแบ่งเป็นแว่นแคว้นใหญ่-น้อย คำว่าเมืองหลวงของประเทศไทย ถูกใช้ในความหมายว่า เมืองหลวงของไทยได้หรือเปล่า
“สิ่งเหล่านี้ท้าทายการเรียนการสอน ประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบัน เพราะเราต้องไม่ลืมว่าลูกหลานในยุคสมัยใหม่ เขาไม่ได้รับข้อมูลจากแค่ในตำราเรียนของหลักสูตร หรือผู้บรรยาย แต่ในโลกปัจจุบันเราเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายกว่านั้นได้ ดังนั้นสิ่งที่เราพูดหรือเขียน มันถูกท้าทาย ถูกตั้งคำถาม” ศ.พิเศษธงทองกล่าว
ศ.พิเศษธงทอง กล่าวต่อว่า สุโขทัยเป็นเมืองหลวง ต่อไปก็มีอยุธยา รอยต่อช่วงนั้นที่เหลื่อมซ้อนเกิดอะไรขึ้น เรามีเชียงใหม่ อาณาจักรพุกามเข้ามาอยู่ใกล้เคียง สิ่งนี้ตำราเรียนไม่ได้พูดกัน ตนหวังว่า จากวันนี้ไป การเรียนประวัติศาสตร์อันไหนข้อเท็จจริงนิ่งแล้ว หรือเป็นข้อสันนิษฐานก็ควรบอกให้ชัด เพราะการเรียนประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรียนเพื่อรู้ แต่เพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า แล้วอะไรคือศรีเทพ คือความรู้ชุดใหม่ในสมัยปัจจุบัน
คิดว่าสิ่งที่ท้าทายในยุคใหม่ ที่เอไอเข้ามามีบทบาทเยอะมาก เราควรทำอย่างไรให้การเรียนการสอนได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และตอบโจทย์คนเจนใหม่ได้?
ศ.พิเศษธงทอง กล่าวว่า ตนคิดว่าการหักล้างโดยใช้เหตุผล ตอบคำถามต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ประมวลเข้าหากัน
“ยกตัวอย่าง เช่น เหตุการณ์ ร.ศ.112 หรือสงครามก็ดี มีอะไรอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังบ้าง ส่วนมากเราเรียนว่าสงครามคือเรื่องของการชนะ ลึกลงไปมีเหตุผลอะไรที่ผู้เรียนผู้สอนควรจะใส่ใจ มูลเหตุไม่ได้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลใดเหตุผลเดียว เอไอ อาจจะใช้ในการประมวลข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็นเรื่องราว แต่เอไอก็ไม่ใช่ของวิเศษ ต้องวิเคราะห์ให้รอบคอบ” ศ.พิเศษธงทองระบุ
เมื่อถามว่า ทำอย่างไรให้เรียนประวัติศาสตร์ได้อย่างสนุก เรียนแบบเพลินๆ ?
ศ.พิเศษธงทองชี้ว่า ปัจจุบันสามารถใช้เอไอ ในการประมวลเรียบเรียงข้อมูล ประหยัดเวลาในการอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
“การใช้ประโยชน์ ผมว่าบรรดาครูอาจจะต้องฝึกทักษะตัวเองในเรื่องนี้ ในการตั้งคำถาม ให้เอไอ ช่วยในการตอบ ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่เรารู้เท่านั้น” ศ.พิเศษธงทอง กล่าว

