เครือข่ายครูแพร่วอนแก้หนี้จริงจัง ชง 7 ข้อ ‘รัฐบาล-ศธ.’ เน้น 2 กลุ่ม ‘แดง-เหลือง’ หลังแก้ปัญหาไม่เบ็ดเสร็จ ช่วยแค่บรรเทา
นายพินิจ พุทธพิทักษ์วงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูแพร่ จำกัด และอดีตประธานเครือข่ายพัฒนาชีวิตครู เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูฯ ประสบปัญหาหนี้สินครูที่หาทางออกไม่ได้ เนื่องจากมีหนี้สินล้นพ้นตัวที่เกิดจากการกระทำของหน่วยงาน และผู้บังคับบัญชา ที่อาศัยอำนาจ หน้าที่ และตำแหน่ง สร้างตราบาปให้ครูที่เสียสละ โดยได้พยายามขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต้นสังกัด แต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหามาตลอด 26 ปี มีเพียงวาทกรรมของรัฐบาลเท่านั้น จนขณะนี้ครูแทบไม่มีรายได้ในการดำรงชีวิต จนกลายเป็นคนทุพลภาพ และบางรายเสียชีวิต แต่ยังทิ้งหนี้สินไว้ให้ลูกหลานแบกภาระต่อ เพราะทรัพย์สินที่มีถูกยึด ถูกบังคับคดี ขายทอดตลาด จนลูกหลานไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีความช่วยเหลือจากหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล หรือองค์กรยุติธรรมก็ไม่อาจช่วยเหลือครูได้
นายพินิจกล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พยายามแก้ไขปัญหาหนี้สินครู แต่จากการวิเคราะห์วิธีการบริหารจัดการในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าแก้ปัญหาได้เฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาน้อย ซึ่งเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูได้แบ่งปัญหาออกเป็นระดับดังนี้ 1.กลุ่มสีแดง คือกลุ่มที่มีรายได้น้อย แต่หนี้มากเกินรายได้ และความจำเป็นเร่งด่วนที่จะแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมาอย่างมากมาย ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤต 2.กลุ่มสีเหลือง มีรายได้พอสมควร มีหนี้มาก กลุ่มนี้มีปัญหามากพอสมควร เงินเดือนไม่พอส่งชำระหนี้ ควรได้รับการแก้ไขปัญหา และ 3.กลุ่มสีเขียว กลุ่มนี้มีเงินเดือน หรือรายได้มาก แต่หนี้มาก กลุ่มนี้รัฐ และ ศธ.แก้ไขได้ง่าย เพียงขอความร่วมมือลดดอกเบี้ย กลุ่มนี้ก็อยู่ได้ แต่กลุ่ม 1-2 ที่วิกฤตยังทำไม่ได้
“ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูแพร่ได้เสนอทางออกสุดท้ายให้ ศธ.ซึ่งเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม และไม่เกิดความเสียหายต่อฝ่ายใด เป็นผลดี และแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จถาวร แต่รัฐบาล และ ศธ.ยังลังเล และไม่ตัดสินใจ ยังคงแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่ปัญหาไม่จบสิ้น แค่บรรเทา และแก้ได้เฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาน้อยมาก” นายพินิจ กล่าว
นายพินิจกล่าวอีกว่า เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูฯ จึงอยากนำเสนอต่อหน่วยงาน และผู้เกี่ยวข้อง ได้ทราบ และให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนดังนี้ 1.กลุ่มครูมีความเดือดร้อนเป็นอันมากจากเจ้าหนี้ที่ติดตามหนี้ ทวงหนี้ ดำเนินคดี ฟ้อง ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ตาย 2.ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนสำหรับกลุ่มครูที่มีหนี้วิกฤต คือกลุ่มสีแดง และสีเหลือง 3.กลุ่มครู โดยเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูฯ เสนอแผนงาน และทางออก ในการแก้ปัญหาทางสุดท้ายของครูต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือที่สามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายโดยไม่เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 4.ขอให้รัฐบาล ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จริงใจแก้ปัญหา ให้ความช่วยเหลืออย่างจริงใจ และจริงจัง
นายพินิจกล่าวต่อว่า 5.องค์กร มูลนิธิ องค์กรการกุศล ให้ความช่วยเหลือครูผู้เสียสละมาตลอดชีวิต สร้างสังคม และประเทศชาติมาโดยตลอด 6.ขอให้รัฐบาล ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยประสานงานในการขอความช่วยเหลือจากกองทุน องค์กรการกุศล มูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนครูที่วิกฤตหนี้สินที่เป็นกลุ่มสีแดง และสีเหลืองให้รอดอยู่ได้ในสังคม จะให้เปล่า หรือมีอัตราดอกเบี้ยตอบแทนที่ต่ำไม่เกิน 1% ที่จะนำมาเข้ากับแผนงานการหาทางออกทางสุดท้ายให้เพื่อนครู ตามแผนงานที่นำเสนอจากการดำเนินการที่เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูทั่วประเทศที่จะจัดตั้งขึ้น และ 7.ขอให้กลุ่มครูมีโอกาสชี้แจงจากความเป็นจริงของหนี้สินครู ให้สังคมได้รับรู้สิ่งที่ถูกต้องของปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การมโนของสังคม

