นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พ.ศ.2549 ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.15 น. ณ จังหวัดชลบุรี เนื่องจากหัวใจล้มเหลว สิริรวมอายุ 70 ปี โดยทายาทได้กำหนดรดน้ำศพ เวลา 16.00 น. และจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในเวลา 17.00 น. ในวันที่ 23 มกราคม ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร ศาลา 2 บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ และกำหนดสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 23-29 มกราคม เวลา 18.30 น. ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท
“รู้สึกเสียใจและเสียดายที่ประเทศชาติได้สูญเสียศิลปินแห่งชาติผู้มีความโดดเด่นทางด้านประติมากรรม ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าที่มีเนื้อหาแฝงปรัชญาทางพระพุทธศาสนาไว้มากมาย และยังได้สร้างคุณประโยชน์ทางด้านศิลปะแก่สังคมและวงการศึกษาศิลปะของไทยมาอย่างต่อเนื่อง” นางพิมพ์รวีกล่าว
นายเดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์และสื่อผสม) หนึ่งในเพื่อนสนิทกล่าวว่า รู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนปี 2507 ได้เข้าเรียนศิลปากรด้วยกัน ด้วยความนอบน้อมน่ารัก ถูกอัธยาศัย จึงเป็นเพื่อนสนิทกันมาโดยตลอด คอยช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ในช่วงปลายของชีวิตได้ร่วมกันทำงานหลายอย่าง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประทับใจความขยันทำงานศิลปะ มีจิตเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือสังคมและการกุศลทำให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
นายปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เพื่อนสนิทอีกคน กล่าวว่า กลุ่มเราทำงานและมีอุดมการณ์ร่วมกัน นั่นคือ ศิลปะคือชีวิต และชีวิตคือศิลปะ เป็นการแสดงความจริงความดีความงามผ่านการสร้างสรรค์งานตามอัตลักษณ์ของแต่ละคน เมื่อขาดนายนนทิวรรธน์ไป ก็เหมือนกลุ่มขาดโครงสร้างความคิดไป
“ผมกล่าวได้เลยว่างานทุกชิ้นของอาจารย์นนท์ (นนทิวรรธน์) มาจากศรัทธา จากใจบริสุทธิ์ในเชิงโครงสร้างหลักคิดและมีจิตอาสาในเชิงปฏิบัติ ที่ศิลปินรุ่นหลังควรถือเป็นแบบอย่าง” นายปรีชากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2489 ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษามหาบัณฑิตสาขาประติมากรรม จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์งานศิลปะมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี เป็นประติมากรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ผลงานที่โดดเด่นเป็นรูปทรง 3 มิติ มีความสัมพันธ์ของเส้นและปริมาตรอันกลมกลืนงดงาม โดยนำเสนอผ่านความรู้สึก อารมณ์และความปรารถนา เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ และต่อมาในภายหลังได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีเนื้อหาแฝงปรัชญาทางพุทธศาสนา ผลงานได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง รวมทั้งได้รับเกียรติให้สร้างประติมากรรมกับสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ เช่น ออกแบบเหรียญและทำต้นแบบเหรียญพระมหาชนก ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ออกแบบประติมากรรมนูนสูงติดตั้งสระน้ำภายในบริเวณสวนหลวง ร.9 และดำเนินการปั้นดินต้นแบบและควบคุมการหล่อทองเหลืองแล้ว ปิดทองพระประธานและพุทธสาวกเพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้และสร้างคุณประโยชน์ทางด้านศิลปะแก่สังคมและวงการศึกษาศิลปะของไทยมาโดยตลอด






