รมว.ศธ. สั่ง คุมเข้ม น้ำกระท่อมในร.ร. ห่วง เด็กทำคลิปอนาจาร ลง OnlyFans 

25.01.24 | 14:58 น.

เสมา1ห่วง น้ำกระท่อมระบาด-เด็กทำคอนเทนต์อนาจาร ขายออนไลน์ สั่งศธภ.-ศธจ. ดูแลเข้ม

เมื่อวันที่ 25 มกราคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำกระท่อม ได้ระบาดมากขึ้นในสถานศึกษา และในปัจจุบันใบกระท่อมก็ได้หาซื้อง่าย จุดจำหน่ายก็ใกล้เคียงสถานศึกษามากขึ้นจนดูเป็นเรื่องปกติ ด้วยเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเปราะบาง บางเรื่องอาจจะยังไม่มีวิจารณญาณที่มากพอ สิ่งที่น่ากังวลคือ เด็กอาจนำมาผสมกับสารเสพติดชนิดอื่น ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและหากใช้ในชีวิตประจำวันเป็นระยะเวลานานอาจทำลายประสาทจนส่งผลต่อสุขภาพจิตได้

“ฝากถึงศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด เน้นย้ำสถานศึกษาในพื้นที่ดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มงวด กำหนดระเบียบกฎเกณฑ์เป็นข้อห้ามข้อบังคับได้เลยยิ่งดี ในการห้ามการดื่มน้ำต้มใบกระท่อมในสถานศึกษา รวมทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้เรียนอย่างเร่งด่วนว่า ‘น้ำกระท่อมเป็นสิ่งเสพติด’ อาจทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่ครูผู้สอน เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้เรียนถึงพิษภัยของกระท่อมไม่ต่างจากสารเสพติดชนิดอื่นที่รุนแรง” รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า สำหรับอีกเรื่องที่น่าห่วงใยไม่แพ้กันคือประเด็นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวในกระแสโซเชียลเรื่อง ครีเอเตอร์นำเด็กสาวอายุ 16 ปี ร่วมประเวณีและกระทำอนาจาร โดยทำการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวแบบไม่ปิดบังใบหน้า แล้วส่งต่อกลุ่มลับในแพลตฟอร์มออนไลน์ X (Twitter) และ OnlyFans เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการขายสื่อลามกเด็ก โดยที่เด็กไม่รู้ว่าคลิปของตนถูกนำเอาไปขายในโลกออนไลน์

ซึ่งยังมีอีกหลายกรณีที่ถูกกระทำเช่นเดียวกัน บางครั้งยังมีการนำเงินมาจูงใจเด็กด้วย และความที่เด็กยังขาดวุฒิภาวะและวิจารณญาณที่มากพอว่าสิ่งที่ทำถูกหรือผิด หรือไม่ได้คิดไตร่ตรองถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบคอบ อาจแค่คิดว่าทำสิ่งง่ายๆ แล้วได้เงินมา แต่ภาพลามกอนาจารจะอยู่ในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วเกิดคาด

Advertisement

จากประเด็นข้างต้นอยากฝากถึงครูและผู้ปกครอง ให้คอยสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน คอยพูดคุยให้คำปรึกษาอย่างอบอุ่นเสมอ เพราะหากเด็กไม่ได้รับการใส่ใจที่มากพออาจหาที่พึ่งทางใจในทางที่ผิดก็เป็นได้ ที่สำคัญควรสร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ผู้เรียนถึงเรื่องการทำคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ เพราะหากทำออกมาได้น่าสนใจก็เกิดรายได้ด้วยเช่นกัน และยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนได้ทำตามในทางที่ดีอีกด้วย หากครู ผู้ปกครอง และเพื่อนของผู้เรียนร่วมกันแนะนำในทางที่ดี คอยป้องปรามไม่ให้เด็กหลงผิดและตัดไฟแต่ต้นลม ก็จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดเช่นนี้ลดน้อยลง

ทั้งนี้ หากพบการกระทำดังกล่าวสามารอความช่วยเหลือได้ทันทีที่ “ศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ” (MOE Safety Center) 4 ช่องทาง ดังนี้ แอพพลิเคชั่น MOE Safety Center, เว็บไซต์ http://www.MOESafetyCenter.com, LINE @MOESafetyCenter และ Call Center 0-2126-6565 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลและเร่งประสานงานช่วยเหลือตลอดเวลา โดยอยากให้มาร่วมกันทำสถานศึกษาสีขาวให้เป็นพื้นที่ปลอดอบายมุข คอยเฝ้าระวังการใช้สารเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งปลอดความรุนแรง การกลั่นแกล้งกันทั้งในและนอกสถานศึกษา สร้างค่านิยม และความตระหนักรู้ให้ลูกหลานของเรา และร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงมาตรการเชิงรุกโดยทั่วกันทุกพื้นที่ เพราะผู้เรียนคือทรัพยากรสำคัญที่จะเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต ศธ. จึงต้องร่วมมือในการกำจัดปัญหาที่กระทบต่อการศึกษา ต้องดูแลทุกมิติ