เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 1,200 คน ว่า อาชีวะรัฐและเอกชนมีปัญหาร่วมกันหลักๆ คือ ค่านิยมในการเลือกเรียนอาชีวะ ปัญหาทะเลาะวิวาท ปัญหาขาดแคลนครู ตนคาดหวังว่าเมื่อรวมกันแล้วจะมีระบบการหมุนเวียนใช้ครูร่วมกันได้ ทั้งนี้ ได้ดูว่าที่ผ่านมาวิทยาลัยอาชีวะเอกชนมีอะไรเสียเปรียบอาชีวะรัฐบ้าง เรื่องแรกที่เห็นชัดคืองบประมาณได้รับน้อยกว่า ถัดมาคือเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งได้เปรียบ และเสียเปรียบ เพราะบางแห่งจัดการเรียนการสอนได้ดีกว่าอาชีวะรัฐ แต่ก็มีกว่า 100 แห่งที่ไม่ผ่านการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) อีกทั้งอาชีวะเอกชนอาจจะมีทุนการศึกษาที่รัฐจัดให้เหมือนที่จัดให้เด็กอาชีวะรัฐ ซึ่งต้องไปดูเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน ทั้งในส่วนกลางและระดับจังหวัดจะต้องมาหารือร่วมกัน และหาจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละฝ่าย กำหนดแผนการรับนักเรียนและกำหนดความเป็นเลิศในแต่ละด้านเพื่อไม่ให้แย่งเด็กกันเอง รวมทั้งต้องประคองกันไม่ให้มีที่ไหนถูกยุบ และดูแลช่วยเหลือกัน

“ทุกวันนี้อาชีวะเอกชนจะรับเด็กได้น้อยกว่ารัฐ เพราะมีปัญหา 2 เรื่อง คือ ภาพลักษณ์ ผู้ปกครองจึงไม่อยากส่งลูกมาเรียน เพราะห่วงปัญหาตีกัน ดังนั้น จะต้องสุมหัวหาจุดอ่อน จุดแข็ง ช่วยรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์ จากนี้ทุกเรื่องต้องพูดในภาพรวม ซึ่งเป็นแนวทางที่ประชารัฐจะดำเนินการ รวมถึงจะพัฒนาอาชีวะสู่ความเป็นเลิศ ต้องมีความชัดเจนว่าจะโดดเด่นด้านใด โดยแต่ละแห่งต้องไปหารือกัน อีกเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการคือผลิตคนให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศให้ได้ ธงของผมคือทำให้อาชีวะแข็งแรง หากต้องใช้เงินเพิ่มให้บอก” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว


