ครูเอ สั่ง สพฐ.ลงพื้นที่เยียวยาม.5 แฉ ตร.ฉาวเป็นครูอาสาสอนป้องกันภัยทางเพศ ชอบแลกไลน์เด็กแชตชู้สาว

31.01.24 | 13:06 น.

ครูเอ สั่ง สพฐ.ลงพื้นที่เยียวยาม.5 แฉ ตร.ฉาวเป็นครูอาสาสอนป้องกันภัยทางเพศ ชอบแลกไลน์เด็กแชตชู้สาว

เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เข้าพบนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีนักเรียนหญิง ม.5 ขับ รถจักรยานยนต์ ไปเรียนกับน้อง ถูกตำรวจเรียกตรวจ พบไม่มีใบขับขี่ ตร.เรียก 2,000 น้องไม่มีจ่าย จึงถูกพาไปข่มขืนข้างโรงพัก ซึ่งเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ ร.ต.อ. พื้นที่ สภ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นความไม่สบายใจอย่างยิ่ง โดยพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ก็มีความกังวลและห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าไปดูแลช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น รวมถึงประสานงานกับพื้นที่ที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ทราบว่าหลังเกิดเหตุ มีเหตุการณ์ภายในโรงเรียนที่ไม่เหมาะสม ของครูและบุคลากรการศึกษาภายในโรงเรียน โดยมีครูรายหนึ่งนำข้อความจากสื่อ ส่งไปถามเด็กในไลน์กรุ๊ปโรงเรียน ว่าใครถูกกระทำ เหมือนเป็นการกระทำซ้ำกับเด็ก ซึ่ง ศธ.เองมีความไม่สบายใจ และต้องขอความร่วมมือบุคลากรในโรงเรียน หยุดการกระทำดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบกับจิตใจของน้องที่ถูกกระทบ ขณะที่สพฐ. จะส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ความปลอดภัย สพฐ.เข้าไปช่วยดูแล

“ส่วนการเยียวยาการเรียนเบื้องต้น ศธ. จะพยายามให้การเรียนของน้องไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการเรียนด้วยระบบออนไลน์ การส่งงาน เพื่อให้สามารถเรียนได้ปกติ ขณะเดียวกันทราบว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ส่งนักจิตวิทยาเข้าไปช่วยดูแลเบื้องต้นแล้ว และเร็วๆ นี้ ศธ.ก็จะส่งเข้าไปเสริมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ สพฐ.จะลงพื้นที่ปรับความเข้าใจกับโรงเรียนและครู ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็ก เพราะผมเห็นแล้วก็ไม่สบายใจ และไม่เหมาะสมกับการเป็นบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเราสมควรให้ความสำคัญมากกว่านี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม ผมได้คุยกับแม่ของนักเรียนรายดังกล่าว ซึ่งก็มีความห่วงใยเรื่องการเรียน เพราะสภาพจิตใจของเด็กยังไม่พร้อมที่จะมาเรียน ซึ่ง ศธ.จะหาวิธีเพื่อไม่ให้เด็กเสียการเรียน และหากผู้ปกครองและเด็กอยากย้ายโรงเรียนก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ” นายสุรศักดิ์กล่าว

นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนบุคลากรทางการศึกษา หากพบว่า มีการขอไลน์และมีการส่งข้อความหรือภาพที่สื่อไปในเชิงคุกคามทางเพศ ถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงให้ออกทันที ขณะที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้ย้ำในที่ประชุมผู้บริหาร ศธ. ว่า กรณีนี้เป็นปัญหาที่สำคัญ เพราะหากครู เป็นที่ไว้ใจของเด็ก เรื่องคงไม่เกิดขนาดนี้ ซึ่งหมายความว่า ถ้าวันนั้นที่นักเรียนโดนตำรวจจับแล้วโทรศัพท์หาครู เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ศธ. เองคงต้องมาพูดคุยเรื่องนี้ ครูต้องใกล้ชิด เพื่อสร้างความไว้ใจให้กับเด็กนักเรียนเหมือนลูกของตัวเอง

Advertisement

ด้านนายเอกภพกล่าวว่า ทางคดีได้ประสาน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และทราบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และได้ประสานกับ พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เข้าไปดูแล ทราบว่า มีการตั้งกรรมการสอบ และให้ตำรวจที่ก่อเหตุออกจากราชการไปแล้ว ส่วนคดีความก็มีการนำส่งศาลในหลายข้อหา ซึ่งศาลก็ไม่ได้มีการให้ประกันตัว อย่างไรก็ตาม มิติของการดำเนินคดีคงต้องติดตามอย่างไกล้ชิด เพราะส่วนตัวเชื่อว่า ตำรวจรายดังกล่าวไม่ได้ก่อเหตุเป็นครั้งแรก เพราะพฤติกรรมในการก่อเหตุค่อนข้างอุกอาจ จึงไม่แน่ใจว่า จะมีผู้เสียหายเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งหากมีผู้เสียหายก็สามารถแจ้งมาได้ที่ ศธ. หรือเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

“จากการสอบถามนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าวพบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตัวแทนของโรงพักไปสอนเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด การป้องกันภัยทางเพศในโรงเรียนต่างๆ และมีข้อมูลในเชิงลึกว่า มีการไปขอไลน์ และมีการพูดคุยเชิงชู้สาวกับนักเรียน แต่ทั้งหมดต้องตรวจสอบว่ามีเด็กรายอื่นที่ถูกกระทำอีกหรือไม่ การกระทำลักษณะดังกล่าว ถือว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างมาก” นายเอกภพกล่าว