การออกแบบพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีความคืบหน้าตามลำดับ ล่าสุดในส่วนของผังภูมิสถาปัตยกรรม ทางสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ออกแบบใกล้สมบูรณ์แล้ว อยู่ระหว่างเขียนแบบก่อสร้างสำหรับการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง โดยการกำหนดผังและออกแบบภูมิทัศน์ยึดคติความเชื่อแต่โบราณราชประเพณี คำนึงความสวยงาม ความสมพระเกียรติ ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริที่โดดเด่นที่คัดมาจาก 4,000 กว่าโครงการมาจัดแสดง และเนื่องจากโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับน้ำ ด้วยเหตุนี้ ‘น้ำ’ จึงถูกนำมาใช้เป็น องค์ประกอบหลักหลักในการจัดภูมิทัศน์ครั้งนี้
โอกาสนี้ “มติชน” สัมภาษณ์นายวโรภาสน์ วงศ์จตุรภัทร หัวหน้ากลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม และ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมดังกล่าว ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
วโรภาสน์ วงศ์จตุรภัทร หัวหน้ากลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม

๐งานที่กลุ่มภูมิสถาปัตยกรรมรับผิดชอบ
“รับผิดชอบงานออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคารทั้งหมด เรียกว่างานภูมิสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของศาสตร์ด้านสถาปัตยกรรม เราคือ “ภูมิสถาปนิก” พวกผมกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรมกรมศิลปากร มีทั้งหมด 4 คน นอกจากพวกผม 2 คนแล้ว ยังมีนายภาสกร คำภูแสน ภูมิสถาปนิกและนางเหมือนแก้ว จารุดล วชิระเธียรชัย ภูมิสถาปนิก อีกคนด้วย การออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคาร ต้องกำหนดผังบริเวณโดยต้อง พิจารณา ผ่านการประสานงานกับสถาปนิก ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงกำหนดผัง บริเวณ เป็นการกำหนดจุดตำแหน่งที่ตั้งว่าควรอยู่ตำแหน่งใด เหล่านี้คือหน้าที่ของกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม เมื่อสถาปนิกได้กำหนดแบบพระเมรุมาศ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร ทิม แล้วฝ่ายผมจะเป็นผู้พิจารณาร่วมกำหนดผังว่าแต่ละอาคาร ควรอยู่ในจุดใด จะสัมพันธ์กับอะไร หรือกับสิ่งสำคัญที่มีอยู่แล้วในพื้นที่อย่างไร

การกำหนดผัง ต้องศึกษาหาความรู้โดยเฉพาะกับงานนี้ซึ่งสำคัญมาก นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลป์ ย้ำว่าต้อง 1.สมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ 2.ถูกต้องตามโบราณราชประเพณีและคติความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ผังที่เราวาง เป็นไปตามกรอบใหญ่ๆ 2 ข้อนี้ คาดการณ์ว่าผู้มาร่วมพระราชพิธีมีจำนวนมาก อาทิ พระราชอาคันตุกะ ราชวงศ์ต่างๆ ทั่วโลกผู้นำ/ประมุขประเทศต่างๆ มาร่วมงาน 2 เท่าจากงานพระเมรุครั้งก่อนๆ เราจึงจัดพื้นที่รองรับ 7,200 ที่นั่ง จากเดิมที่ผ่านมาอยู่ที่3,000 กว่าที่นั่งโดยประมาณ ความที่ผู้ร่วมพระราชพิธีน่าจะมากดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่ง ที่ทำให้พื้นที่ที่ใช้ประกอบงานพระเมรุมาศครั้งนี้ใหญ่ขึ้นด้วย และเป็นเหตุให้ตำแหน่งที่ตั้งพระเมรุมาศ เลยแกนกลางของสนามหลวงหรือขยับออกไปจากตำแหน่งเดิม
การกำหนดผัง ยึดตามคติความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุ เรื่องขบวนในขณะพระราชพิธี ทั้งก่อนถวายพระเพลิง ขณะถวายพระเพลิงและหลังถวายพระเพลิง ต้องศึกษาว่ากิจกรรมตามโบราณราชประเพณีประกอบด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น ขบวนแห่พระบรมศพต้องเข้าทางไหน ออกทางไหน การเวียนพระบรมศพเป็นอย่างไร ทั้งหมดเราต้องไปศึกษาและนำมาประกอบในการคิดวางผังออกมา หลังได้แนวคิดเบื้องต้นแล้ว ได้นำร่างแบบให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องพิจารณาตัดสินใจว่าจะให้ทำอะไรบ้าง โดยที่ผ่านมาเราได้กราบบังคับทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรและมีพระราชวินิจฉัยเป็นขั้นเป็นตอนลงมาตามลำดับ รวมทั้งหมด 4 ครั้ง แล้ว จนปัจจุบันที่แบบก่อสร้างที่เรากำลังเขียน ถึงแม้เป็นแบบสุดท้าย แต่อย่างไรก็ต้องมีพระราชวินิจฉัยเรื่อยๆ ก็อาจจะมีขยับปรับอีก อีกทั้งพอลงพื้นที่จริง อาจจะมีสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมือนกับในแบบ เราก็ต้องขยับปรับแบบอีกเหมือนกัน”
๐งบประมาณสร้างพระเมรุมาศ
“ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเขียนแบบก่อสร้างเพื่อประมูล เป็นการออกแบบเพื่อการก่อสร้างกำหนดว่า วัสดุเป็นอะไรบ้าง ประมาณราคาการก่อสร้าง เพื่อจะได้นำแบบไปประมูลเพื่อก่อสร้างการประมูลมีหลายวิธีตามระเบียบราชการซึ่งไม่ทราบว่าหน่วยบนจะใช้วิธีไหน อาจใช้วิธีพิเศษก็ได้ เพราะงานค่อนข้างกระชั้น งบที่สำนักสถาปัตยกรรมเสนอกรมศิลปากร เพื่อนำเสนอคณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทราบว่าตัวเลขอยู่ที่ 500 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ทราบว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เพราะที่เสนอเป็นแค่ตัวเลขเบื้องต้น จากนั้นคณะกรรมการฯ จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป แต่พล.อ.ธนะศักดิ์ บอกว่าทางรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ ขอให้สมพระเกียรติและยิ่งใหญ่ ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ครั้งสุดท้าย”
๐เปิดให้เยี่ยมชมหลังถวายพระเพลิง
“หลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงแล้ว เท่าที่ทราบจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมในเขตมณฑลพิธีประมาณ 1 เดือน หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนด จากนั้นจะรื้อย้ายออกไปเพื่อคืนสภาพสนามหลวงให้เหมือนเดิม ในแบบงานก่อสร้าง จึงต้องคำนึงถึงลักษณะการใช้งาน การเลือกวัสดุ ต้องคำนึงว่าสุดท้ายแล้วต้องรื้อสิ่งก่อสร้างเพื่อคืนสภาพเดิมโดยเร็ว วัสดุจึงต้องคำนึงว่าเสร็จแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยอาจบริจาคให้วัด โรงเรียน เหมือนงานพระเมรุที่ผ่านๆ มา”
ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก

๐งานภูมิสถาปัตย์มี 2 ระดับ ‘วางผัง-ภูมิทัศน์’
“งานภูมิสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ มี 2 ระดับ คือ ระดับการวางผังบริเวณและงานภูมิสถาปัตยกรรม โดยการวางผังคือการกำหนดจุดและตำแหน่งอาคารและอาคารประกอบ อย่างพระเมรุมาศ การกำหนดจุดวางผัง กำหนดจุดที่ตั้งตำแหน่งพระเมรุมาศโดยพิจารณาจากจุดตัดของแนวแกนที่สำคัญระหว่างโบราณสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน คือ แกนเหนือ-ใต้ ตรงกับแนวพระศรีรัตนเจดีย์(เจดีย์ทอง)ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก ตรงกับอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร
เดิมสนามหลวงอยู่ทางทิศใต้ ครั้นสมัยรัชกาลที่ 5 เปลี่ยนรูปพื้นที่สนามหลวงด้วยการยกเลิกวังหน้า ทำให้สนามหลวงกินพื้นที่ไปทางทิศเหนือด้วย สนามหลวงจึงเป็นสถานที่ที่ประกอบพิธีหรือสร้างพระเมรุมานานตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ พระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9 จะตั้งอยู่ทางทิศใต้ จะมีจุดที่ใกล้กับโบราณสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน คือ วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวังและวัดมหาธาตุฯ การเลือกตำแหน่งจุดที่วางพระเมรุมาศ เราเลือกเอาจุดตัดของแนวแกนที่สำคัญ คือ ระหว่างแกนของพระศรีรัตนเจดีย์ไปทางทิศเหนือ-ใต้ เป็นแกนที่ 1 อีกแกนหนึ่งจะเป็นแกนตะวันออก-ตะวันตก ที่ตรงกับพระอุโบสถวัดมหาธาตุ จุดตัดกันก็จะเป็นที่ตั้งของอาคารประธานหรือพระเมรุมาศ
พระเมรุมาศ ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ด้วย ขนาดพระเมรุจะมีขนาดเล็กกว่า การใช้พื้นที่จึงไม่เต็มสนามหลวงเท่าครั้งนี้ แต่ครั้งนี้พระเมรุมาศมีขนาดใหญ่ การเชื่อมโยงกับส่วนที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญจะทำให้ มีพลังและทำให้เกิดความสวยงาม การวางผังที่เป็นแกนนี้ เป็นพิธีการวางผังของคนไทยมานานพระเมรุที่แล้วๆ มามีการคำนึงแนวแกนเหมือนกัน การวางผังที่สัมพันธ์กับสิ่งสำคัญของเมืองถือเป็นจุดเด่นของผังในครั้งนี้ ที่เชื่อมโยงกับพระบรมมหาราชวังซึ่งพระองค์คือพระมหาราชาผู้เป็นใหญ่และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกด้วย

๐งานภูมิทัศน์
“งานภูมิสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบที่ว่างข้างนอก จะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างอาคารต่างๆ ซึ่งครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง อย่างฐานพระเมรุมาศ สมัยก่อนเป็นสวนไทย อย่างของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ฐานโดยรอบพระเมรุ จะเป็นสวนไทย มีโขดหินเล็ก ไม้ดัด สัตว์หิมพานต์ แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่มีสระอโนดาตรอบฐานพระเมรุมาศทั้ง4 ด้านและอยู่ที่มุมทั้ง 4 ด้วย
แนวความคิดทางด้านภูมิสถาปัตยกรรม ที่ต้องการแสดงถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่ามีความผูกพันเกี่ยวข้องกับน้ำอย่างโครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ มีกว่า 3,000 โครงการที่เกี่ยวกับน้ำ น้ำจึงเป็นลักษณะเด่นหนึ่งที่เห็นแล้วเรานึกถึงพระองค์ น้ำจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ภูมิสถาปัตยกรรมที่อยู่ลานรอบฐานพระเมรุมาศ เป็นการออกแบบโดยตีความจากแผนภูมิจักรวาล โดยเปรียบพระเมรุมาศกับเขาพระสุเมรุ บริเวณรอบๆ เป็นจักรวาลประกอบด้วยสัตตบริภัณฑคีรี มหาสมุทร ทวีปทั้ง 4 ได้แก่ อุตรกุรุทวีป อยู่ทางเหนือของเขาพระสุเมรุ, ปุพพวิเทหะ อยู่ทางตะวันออกของเขาพระสุเมรุ, ชมพูทวีป อยู่ทางใต้ของเขาพระสุเมรุ คือโลกของเรา และอมรโคยาน อยู่ทางตะวันตกของเขาพระสุเมรุ
เป็นการตีความในเชิงผัง ที่งานภูมิสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมต้องไปด้วยกัน ลานรอบฐานพระเมรุมาศ บ่อน้ำ หรือสระอโนดาตป่าหิมพานต์ มีโขดหิน เราก็ใช้รูปแบบโขดหินไทยๆจากจิตรกรรมฝาผนังมาสร้าง เป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งมีสัตว์หิมพานต์ ในสระอโนดาตด้วย สำหรับสระนำ้ทั้งสี่ที่อยู่รอบลานพระเมรุมาศจะมีบัวหลายชนิด มีโขดหิน ที่ใช้ดอกบัวเพราะเป็นไม้ไทยสื่อถึงความบริสุทธิเกี่ยวกับพุทธศาสนาและปัญญา อยากให้เห็นเป็นเหมือนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งดอกบัวเป็นเอกลักษณ์แบบไทยที่มีอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนัง
การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมครั้งนี้ จึงเป็นการนำภาพจิตรกรรมฝาผนังมาตีความ ถึงสภาพแวดล้อมขององค์พระเมรุมาศ ซึ่งแนวคิดของภูมิจักรวาล ภาพสวรรค์ และสวนแบบไทยๆ มาออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมเพื่อสื่อว่าเป็นการส่งเสด็จกลับสู่สวรรค์
พื้นที่ว่างระหว่างอาคาร เป็นพื้นที่ใช้สอย จะมีต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับและมีการทำลานเพื่อให้คนใช้สัญจรไปมาหรือทำกิจกรรม การจัดภูมิสถาปัตยกรรมบริเวณนี้ไม่ได้เน้นตีความในเชิงภูมิจักรวาล แต่เป็นการออกแบบเพื่อประโยชน์ใช้สอย ให้ความร่มรื่น และความสวยงาม”
สำหรับพื้นที่ด้านนอก รั้วราชวัตรทางทิศเหนือซึ่งเป็นทางเข้าหลักของพระเมรุมาศ จะมีแนวความคิดของงานภูมิสถาปัตยกรรมโดยพื้นที่นอกรั้วราชวัตรทางทิศเหนือซึ่งเป็นทางเข้าหลักของพระเมรุมาศ เป็นงานภูมิสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงพระราชกรณียกิจหรืองานโครงการหลวงในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานให้แก่ประชาชนได้อยู่ดีกินดีเช่น โครงการพระราชดำริที่เกี่ยวกับ หญ้าแฝก ข้าว การขุดบ่อแก้มลิง กังหันชัยพัฒนา ฝายน้ำล้น ต้นยางนา ต้นมะม่วงมหาชนก ดอกหน้าวัวสีชมพู โดยที่ในส่วนของนาข้าว จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูว่าข้าวพันธุ์ไหนที่ควรนำมาปลูก เราออกแบบให้เป็นขั้นๆ และจะมีขอบคันนาซึ่งเป็นการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นเป็นเลขเก้าไทยสีดินทอง เป็นเชิงสัญลักษณ์สื่อว่าพระเมรุมาศที่สร้างขึ้น ถวายให้กับในหลวง รัชกาลที่ 9





ทางทิศใต้ติดกับพระบรมมหาราชวัง กันไว้สำหรับส่วนบริการ เช่น รถดับเพลิง รถพยาบาล กองทหาร ห้องน้ำ โดยจะเปิดแนวแกน จากพระเมรุมาศ จะเห็นแกนที่พุ่งไปทางพระศรีรัตนเจดีย์ จุดนี้จะไม่ให้มีอะไรไปบังรบกวน ซึ่งช่วงที่มีพระราชพิธี จะเป็นที่ตั้งของกองทหารซึ่งจะมองเห็นภาพพระศรีรัตนเจดีย์อยู่ทางด้านหลังสวยงาม ทิศนี้เราจะซ่อนส่วนบริการไว้ในอาคาร รวมทั้งเป็นที่จอดของ รถดับเพลิง รถพยาบาล เป็นต้น
ภูมิสถาปัตยกรรมบางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงสวน แต่นี่ไม่ใช่สวน เพราะสวนสำหรับบางคนคิดถึงแต่ความงาม สำหรับภูมิสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 นี้ไม่ใช่เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ต้องมีประโยชน์ต่อประชาชน เช่น ต้นไม้ที่นำมาปลูก การจัดปรับพื้นที่ก็ต้องเป็นประโยชน์และสามารถดัดแปลงนำไปใช้ต่อได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือแนวความคิดในการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม บริเวณพื้นที่นอกรั้วราชวัตรทางด้านทิศเหนือที่ไม่ได้มองแค่เปลือกความสวยงามอย่างเดียวแต่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วย นอกจากนี้มีต้นไม้ที่อยู่ในกระถางด้วย ประมาณ 5-6 แบบ”


๐พื้น ‘คอนกรีตบล็อก’
“พื้นปูด้วยคอนกรีตบล็อกเพราะหลังเสร็จพระราชพิธี จะต้องรื้อออก จึงเลือกวิธีใช้บล็อกเป็นแผ่นๆ มาวาง เลือกวัสดุอย่างดี ออกแบบเรื่องสีและผิวสัมผัสพิเศษกว่างานทั่วๆ ไป ซึ่งเราสั่งทำพิเศษ อย่างพื้นคอนกรีตบล็อกรอบฐานพระเมรุมาศ ให้เขาผสมเกล็ดแก้ว เวลามองจะเห็นมีแสงระยิบระบับรอบๆ พระเมรุมาศ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสวรรค์ มีดาวกระพริบอยู่เวลาปูพื้น จะเป็นแผ่นๆ มีการบดอัด เสริมโครงสร้างข้างล่างไม่ให้ทรุด เพราะต้องคำนึงถึงการใช้งานซึ่งจะมีขบวนแห่ต่างๆ จึงต้องรับน้ำหนักได้ด้วย ต้องแข็งแรง คงทน ทนทาน สวยงาม ส่วนสีที่สั่งทำพิเศษ มีสีทอง ขาว เทา ทั้งนี้เพราะเราไม่อยากดึงความสนใจไปจากพระเมรุมาศ ซึ่งตอนนี้เลือกวัสดุและทดลองสีเสร็จแล้ว”



๐ย้ายต้นมะขาม 50 ต้น
“จะต้องขยายพื้นที่เลยจากสนามหญ้าข้ามถนนเส้นกลางสนามหลวงและตั้งสร้างถนนเส้นกลางใหม่ จึงต้องขุดย้ายต้นมะขามประมาณ 50 ต้นออกไปอนุบาลที่อื่นก่อน เพื่อเป็นทางเข้าสนามหลวงและเมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้ว จะย้ายกลับมาปลูกที่เดิม การขุดย้ายจะดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้ต้นไม้ตาย พร้อมกันนี้จะมีการเพาะเนื้อเยื่อไว้ด้วยเผื่อกรณีบางต้นแก่มากแล้ว อาจจะไม่รอด เราจะเอาเนื้อเยื่อต้นเดิมมาปลูก เพื่อรักษาของเดิมไว้ให้มากที่สุด โดยบริเวณที่ต้องขุดต้นมะขามคือบริเวณหน้าทางเดินมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 16 ต้น ทางเท้าสนามหลวงฝั่งตรงข้าม 20 ต้น และทางเท้าบริเวณที่จะสร้างพระที่นั่งทรงธรรม 14 ต้น”


