ส.ส.ก้าวไกล แปลกใจ เพิ่มพูน สนใจการศึกษาเกาหลีเหนือ แนะยึดประเทศที่เป็นประชาธิปไตย

8.02.24 | 12:46 น.

ส.ส.ก้าวไกล แปลกใจ เพิ่มพูน สนใจการศึกษาเกาหลีเหนือ แนะยึดประเทศที่เป็นประชาธิปไตย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แลกเปลี่ยนความรู้วัฒนธรรมและการศึกษากับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ว่า ตนแปลกใจที่ท่านเลือกหารือกับประเทศนี้ ก็ทราบอยู่แล้วว่าระบบการศึกษา หรือวิธีคิดของเกาหลีเหนือ ไม่เป็นไปตามหลักสากลตะวันตก และที่ท่านให้สัมภาษณ์ว่า เพื่อเอาต้นแบบ ความมีวินัยของนักเรียนเกาหลีเหนือ มาใช้กับนักเรียนไทยนั้น ตนคิดว่าวินัยของท่านและวินัยของตนนั้น คงจะเป็นคนละประเภท

ตนอยากบอกว่า ในประเทศสากลโลกตะวันตก นักเรียนเขามีวินัยกันมาก ทำไมจึงไม่ไปดูประเทศที่เป็นต้นแบบประชาธิปไตย หรือประเทศเสรีนิยมอื่นๆ สิ่งที่นักเรียนเกาหลีเหนือเขามี ไม่ได้เรียกว่าวินัย แต่เหมือนกฎที่ถูกล้างสมองมากกว่า ย้ำว่าตนแปลกใจที่ท่านไปพบ และนโยบายของพรรค ก.ก.ส่งเสริมให้นักเรียนมีกฎระเบียบและวินัยในชีวิต แต่ต้องเป็นวินัยบนหลักการประชาธิปไตย เป็นวินัยที่อยู่บนพื้นฐานการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน นักเรียนก็ต้องเคารพสิทธิของครู และครูก็ต้องเคารพสิทธินักเรียน ล่าสุด พรรค ก.ก.ได้พูดคุยหารือกับเกาหลีใต้ เพื่อจะตั้งศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่ท่านก็ไปพูดคุยกับฝั่งเกาหลีเหนือ ซึ่งก็ดูขัดๆ กัน

“ดิฉันอยากจะฝากว่า หลายคนยังคงเข้าใจผิด มักจะบอกว่านักเรียนในประเทศเสรีนิยมตะวันตก ไม่มีหัว ไม่มีหาง ไม่มีระเบียบวินัย เพราะในระบอบประชาธิปไตยเอง คือการมีวินัยในตัวเอง และเคารพกฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญมาก หลักการหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตยคือ หลักนิติธรรม ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย จริงๆ กฎตามโรงเรียนก็เป็นกฎหมายประเภทหนึ่ง ดิฉันกล้ายืนยันว่า นักเรียนในประเทศเสรีนิยมประชาธิปไตย เขาเคารพกฎหมายและมีวินัยในตัวเองแน่นอน และอีกสิ่งสำคัญ คือการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน“ นายปารมีกล่าว

เมื่อถามว่า การที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูนหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีนั้น สะท้อนถึงอะไรได้บ้าง นายปารมีกล่าวว่า สามารถสะท้อนถึง พล.ต.อ.เพิ่มพูนได้อย่างหนึ่ง ในช่วงแรกๆ ตั้งแต่ พล.ต.อ.เพิ่มพูนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กล่าวถึงนโยบายให้ครูล้างจานแทนการใส่ซอง และถึงขนาดว่าท่านก็ไปสืบสานไมตรี สนิทสนมกับเกาหลีเหนือ เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์และแนวคิดว่ามีแนวคิดอำนาจนิยม นโยบายของพรรค ก.ก. หรือนโยบายของนักเรียนและผู้ปกครองเอง ต่างส่งเสริมรณรงค์ไม่ให้มีอำนาจนิยมภายในโรงเรียน อย่างเรื่องครูต้องไม่ใช้อำนาจนิยมกับนักเรียน หลายครั้งที่คนบางกลุ่มมองว่า เอาแต่พูดถึงแต่สิทธิของนักเรียน แต่ไม่พูดถึงสิทธิครู ตนยืนยันว่า ทั้งครูและนักเรียนต้องเคารพซึ่งกันและกัน เราถึงจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ในระบอบประชาธิปไตย

Advertisement

นายปารมีกล่าวว่า นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกระทรวงศึกษาฯก็ต้องเป็นกระทรวงยุคใหม่ได้แล้ว คิดใหม่ ทำใหม่ ในขณะที่มีการรณรงค์ ไม่ให้ใช้อำนาจนิยมในโรงเรียน กลับไปพูดคุยกับประเทศที่เรารู้กันอยู่ว่า ประชาชนคิดต่างจากรัฐไม่ได้ เป็นประเทศที่อำนาจนิยมสูงมาก แต่กลับจะไปเชื่อมสัมพันธไมตรี และจะนำไปเป็นต้นแบบอีก ตนรับไม่ได้