คณบดี ว.นวัตกรรมฯ แนะรัฐเร่งพิจารณากฎหมายควบคุม-ป้องกัน การใช้งาน AI ไม่เหมาะสม

27.02.24 | 20:49 น.

คณบดี ว.นวัตกรรมฯ แนะรัฐเร่งพิจารณากฎหมายควบคุม-ป้องกัน การใช้งาน AI ไม่เหมาะสม

ผศ.ดร.ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า ปัจจุบันการทำงานของเทคโนโลยี AI ก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด มีการนำมาใช้งานในภาคส่วนต่างๆ มากมาย จะพบว่า AI มีความสามารถต่างๆ ที่คาดไม่ถึงมากมาย เช่น การสร้างตัวตนเสมือน การวาดรูป การแต่งนิยาย การสร้างภาพวิดีโอ การแต่งเพลง การสร้างภาพสถาปัตยกรรม การสร้างผลงานทางศิลปะ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การแปลภาษา จึงเริ่มนำ AI มาใช้งานต่างๆ ทั้งที่ซับซ้อน และไม่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร ที่นำ AI ช่วยดูแลฟาร์มทั้งระบบ หรือการใช้ AI มาช่วยนำเข้าข้อมูลโดยอัตโนมัติในสำนักงานต่างๆ หรือด้านการเงินที่นำ AI ช่วยวิเคราะห์ซื้อขายสินทรัพย์ ด้านการธนาคารที่นำ AI มาประเมินการปล่อยกู้ หรือด้านสาธารณสุขที่ใช้ AI ในการวิเคราะห์โรค หรือด้านการขนส่งที่นำ AI มาขับเคลื่อนรถยนต์อัตโนมัติ เป็นต้น กล่าวได้ว่า AI เข้าไปอยู่แทบจะทุกวงการรอบตัวเรา ดังนั้น จึงต้องปรับตัว อยู่ร่วม และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี AI ที่เกิดขึ้น

“อย่างไรก็ตาม การใช้ AI เสมือนเป็นดาบสองคม แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน แต่ยังมีความเสี่ยงจากข้อมูล หรือผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก AI อาจจะเรียนรู้ข้อมูลที่ผิด หรือไม่ถูกต้อง หรือละเมิดมาได้ ดังนั้น ต้องประมวล และตรวจสอบให้ได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จาก AI มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง และอย่างไร เช่น การสร้างข้อมูลลวง หรือ Deep fake หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือการสร้างผลงานด้วย AI โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง และขัดเกลา รวมทั้งการคัดลอกผลงาน หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการใช้ AI เพื่อส่งคำสั่งซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ จนผู้เล่นรายเล็กไม่เหลือรอด หรือการใช้ AI หา และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่มีอยู่ หรือการส่งข้อมูลต่างๆ ที่ให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติจาก AI โดยไม่มีการตรวจสอบ เป็นต้น ซึ่งต้องอาศัย Core Knowledge เพื่อให้ใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำหน้า AI เปรียบเสมือนว่าเราคุยเรื่องใดเรื่องหนึ่งกับใครสักคน แล้วเรารู้ว่าคนที่เรากำลังคุยด้วยกำลังให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง” ผศ.ดร.ชัยพรกล่าว

ผศ.ดร.ชัยพรกล่าวว่า ดังนั้น เพื่อป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสม หรือเสี่ยงต่อการคุกคาม รวมทั้งเพื่อสร้างความปลอดภัย ควรมีกฎหมายเพื่อกำหนดกรอบ หรือควบคุมการใช้งาน AI ให้อยู่ในกรอบที่ควรจะเป็น อะไรที่ไม่ควรให้ AI ทำงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ควรมุ่งเน้นแนวทางการใช้งาน และผลลัพธ์ที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตระหนักถึงเรื่องนี้

Advertisement

ผศ.ดร.ชัยพรกล่าวอีกว่า เด็กยุคใหม่ควรเรียนรู้ และใช้งาน AI ให้เป็นทักษะหนึ่งติดตัว เพื่อให้สั่งการ ใช้ประโยชน์ หรือเป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของ AI ได้ ทั้งนี้ ที่วิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ หรือ CITE DPU ได้พยายามติดอาวุธให้นักศึกษา โดยอาจารย์ผู้สอนได้สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการใช้งานสั่งการ หรือ prompt ตัว Generative AI ในทุกหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาใช้เป็น Soft Skill ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังจัดอบรมอัพเดตการใช้งานสั่งการ Generative AI อาทิ การใช้ Chat GPT เป็นต้น แต่หากต้องการมุ่งเน้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ก็เลือกเรียนหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่มีเนื้อหา AI อยู่ในหลักสูตรแล้ว โดยอนาคต CITE DPU มีแผนพัฒนาหลักสูตรที่มีอยู่ ให้สร้าง และประยุกต์การใช้งาน AI ให้ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น โดยจะแยกเป็นหลักสูตรวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับสายอาชีพด้าน AI ต่อไป

“จากมุมมองของผู้ประกอบการในสายอาชีพวิศวกรรม หากเรามี Skill การใช้งานสั่งการ Generative AI ได้จะทำให้ได้เปรียบมากกว่าคนที่ทำงานด้วยวิธีเดิมๆ ในการทำงาน ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงาน แต่มีข้อควรระวัง และต้องใช้งานให้เป็น แต่หากเราไม่ปรับตัว ก็อาจถูก AI แทนที่ได้” ผศ.ดร.ชัยพรกล่าว