หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา รายงานการศึกษ...

รายงานการศึกษา : บูรณะ ‘ราชรถน้อย’ ด้วยเทคโนโลยี ‘แสงซินโครตรอน’

3.03.24 | 09:45 น.

รายงานการศึกษา : บูรณะ ‘ราชรถน้อย’ ด้วยเทคโนโลยี ‘แสงซินโครตรอน’

“ราชรถน้อย” รถในขบวนเชิญพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ หรือพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ถูกนำมาบูรณะซ่อมแซมให้มีสภาพใหม่ หลังเกิดการชำรุดเมื่อเวลาผ่านไป ก่อนนำไปจัดแสดงที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) พระนคร แต่การบูรณะในครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์จาก สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนถอดสูตร “กระจกเกรียบโบราณ” แล้วผลิตขึ้นใหม่ ก่อนส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่นำไปบูรณะให้สมบูรณ์

นางยุนีย์ ธีระนันท์ หัวหน้ากลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า สำนักช่างสิบหมู่ได้รับหน้าที่ในการดูแลบูรณะซ่อมแซมราชรถน้อย นช.539 ซึ่งจัดแสดงที่ พช.พระนคร แต่เมื่อเวลาผ่านไปนาน ราชรถน้อยได้ชำรุด หรือศิลปกรรมที่ประดับอยู่หลุดหาย จึงต้องบูรณะซ่อมแซมเพื่อให้โครงสร้างแข็งแรง และทำให้ลวดลายที่หายไปกลับมาเหมือนเดิม ทว่ากระจกสำหรับประดับที่มีขายตามท้องตลาด มีสีที่มีความสว่างมาก และผลิตมาเพื่อใช้กับกาวอีพ็อกซี่เท่านั้น แต่เมื่อนำมาบูรณะซ่อมแซมศิลปวัตถุอย่างถูกวิธี จะต้องเลือกใช้วัสดุดั้งเดิมคือ สมุก ซึ่งเป็นการใช้ยางรัก ผงกะลา และใบตองเผา มาผสม และคน นวดให้เหนียว เพื่อใช้เป็นกาว หรือตัวประสานกระจกกับชิ้นงานให้ติดกัน โดยกระจกปัจจุบันไม่สามารถใช้ร่วมกับสมุกได้ ทั้งยังมีความหนา และความบางที่ไม่เหมือนกระจกเดิม

Advertisement

“สำนักช่างสิบหมู่จึงขอความอนุเคราะห์ไปยังสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ให้ผลิตกระจก ซึ่งเป็นกระจกที่มีสี และความบาง ใกล้เคียงกับกระจกเดิมที่อยู่ที่ราชรถน้อยองค์นี้ เมื่อนำมาใช้กับสมุก ก็ใช้ได้ดี หลังจากบูรณะเสร็จสมบูรณ์ จะนำไปจัดแสดงที่ พช.พระนครต่อไป” นางยุนีย์ กล่าว

ขณะที่ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิชาการและวิจัย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า งานนี้ขยายผลจากงานวิจัยการศึกษากระจกเกรียบจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ตอนนั้นทำอยู่หลายปี กระทั่งประสบความสำเร็จ ได้องค์ความรู้ ได้สูตรแก้ว ซึ่งสามารถผลิตแก้วโบราณได้ครบทั้ง 4 สี จากองค์ความรู้นั้น จึงได้รับการติดต่อจากสำนักช่างสิบหมู่ ว่ามีงานบูรณะราชรถน้อยองค์นี้ เป็นการบูรณะแบบอนุรักษ์ นั่นหมายความว่า จะไม่รื้อกระจกเกรียบของเก่าออก ของโบราณดั้งเดิมยังคงไว้ แต่ส่วนที่หลุดหายไป ต้องใช้กระจกเกรียบที่มีสีเหมือน และมีความบางเท่ากับของโบราณ ทนต่อยางรักซึ่งเป็นกาวธรรมชาติ ที่เป็นเทคนิคโบราณที่ใช้ประดับไม้ ซึ่งกระจกเกรียบของซินโครตรอนมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถปรับสี คิดสูตรแก้วขึ้นมาใหม่ให้ได้ จึงได้รับงานนี้มา และทำงานอยู่ประมาณ 1 ปี เพื่อปรับสีจากสูตรแก้ว เพราะว่าสีเขียว หรือสีน้ำเงินของราชรถน้อย มีโทนสีที่ต่างจากกระจกของวัดพระแก้ว เพื่อให้เข้ากับของเก่าดั้งเดิมได้

“ซินโครตรอนรับผิดชอบผลิตกระจกอย่างเดียว ซึ่งมีหลายสีที่ส่งมาให้ สีเขียวปีกแมลงทับ ซึ่งอมน้ำเงินนิดๆ สีขาวเป็นสีขาวเหลืองนวล เราจูนสีขึ้นมาใหม่เป็นสูตรเฉพาะ มีสีน้ำเงิน และมีสีแดง สีส้ม สำหรับสีแดงอมส้มน่าสนใจมาก เพราะช่างบอกว่าเป็นกระจกสีขาว แต่พอบูรณะไปก็เจอกระจกอีกสีที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกสีขาว เมื่อดูแล้วจึงทราบว่าเป็นสีแดงอมส้ม ซึ่งท้าทายมาก เพราะเป็นสีโบราณใหม่เลย ยังไม่เคยศึกษามาก่อน จึงใช้ความรู้ต่อยอดจากสีแดงโบราณ และสีเหลืองโบราณ เอามาผสมกัน ผลิตกระจกเกรียบสีใหม่นี้ได้ แล้วส่งให้สำนักช่างสิบหมู่ใช้” ดร.วันทนา กล่าว

ทั้งนี้ การเอาแสงซินโครตรอนมาใช้กับการบูรณะซ่อมแซมราชรถน้อย จึงเหมือนการตั้งต้นในจุดที่ใกล้จะถึงแล้ว และเป็นเหมือนทางลัดให้ไปได้เร็วขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่า และความสวยงาม ของศิลปวัตถุแบบโบราณดั้งเดิม