
การออกแบบผังบริเวณและภูมิสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทางสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ตีความจากภาพจิตรกรรม คติความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุ จักรวาล และไตรภูมิ โดยจุดที่ตั้งตำแหน่งพระเมรุมาศ พิจารณาจากจุดตัดของแนวแกนที่สำคัญ
ระหว่างโบราณสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน คือ แกนเหนือ-ใต้ ตรงกับแนวพระศรีรัตนเจดีย์ (เจดีย์ทอง) ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก ตรงกับอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ขณะที่การจัดภูมิสถาปัตยกรรม มีการนำโครงการในพระราชดำริและไม้พันธุ์ต่างๆ มาจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม องค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญนั่นคือกระถางที่ใช้ปลูกต้นไม้
โอกาสนี้ “มติชน” จึงสัมภาษณ์ นางเหมือนแก้ว จารุดล วชิระเธียรชัย ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้มีส่วนร่วมในการวางแนวคิดเพื่อออกแบบลายกระถางที่ใช้ปลูกต้นไม้ประดับตกแต่งงานพระเมรุมาศ ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
– วัสดุ-แบบกระถางและพืชพันธุ์
“ในส่วนของวัสดุ พืชพันธุ์ บางส่วนต้องผ่านการประชุมร่วมระหว่างผู้ใหญ่จากทางวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไม้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจัดสวนที่จะช่วยบำรุงดูแลรักษาและการปลูก ส่วนเรื่องลวดลายกระถางที่ใช้ปลูกต้นไม้นั้น เบื้องต้นได้เสนอที่ประชุมเรื่องรูปแบบ แนวความคิดของลวดลาย นอกจากนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านกระถางเซรามิกเคลือบที่ทำงานถวายในวังมาโดยตลอด มาช่วยแนะนำด้วย แต่ข้อสรุปต้องรอที่ประชุมก่อนกราบบังคับทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรและมีพระราชวินิจฉัยลงมา”
– แนวคิดแบบกระถาง
“รูปแบบกระถาง แบ่งเป็น อาคารพระที่นั่งทรงธรรม แบบกระถางจะเต็มรูปแบบที่สุด ทั้งเรื่องลวดลาย รูปแบบกระถาง ด้วยว่าเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนพื้นที่อาคารอื่นๆ อาทิ ศาลาลูกขุน และพื้นที่ในรั้วราชวัตร ก็จะเป็นกระถางที่ลดลำดับการประดับตกแต่งลงมา เหมือนตัวอาคารเองก็มีลำดับศักดิ์ มีฐานานุศักดิ์ในการออกแบบองค์ประกอบ ฉะนั้นกระถางก็เช่นเดียวกัน ในเรื่องลวดลาย ความสูง ฯลฯ ก็จะไล่ลำดับมา
เบื้องต้นในรั้วราชวัตรทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับ จะประดับด้วยกระถางเคลือบเซรามิกทั้งหมด แต่ต่างกันตรงที่ลวดลายและรายละเอียดประกอบซึ่งเสริมความงามให้เหมาะสมตามฐานานุศักดิ์ของอาคาร ส่วนพื้นที่นอกรั้วราชวัตรทั้งหมด อาทิ พื้นที่ด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรมซึ่งเป็นทางเข้าอาคาร ที่รถพระที่นั่งต้องจอดเทียบ ก็จะมีกระถางอีกรูปแบบหนึ่ง คือ กระถางซีเมนต์ผิวทราย คือเน้นที่ความทนทานมากกว่า แต่เสริมความงามด้วยลวดลายปูนปั้นนูนต่ำ อาจจะปัดทองหรืออาจจะไม่ ก็แล้วแต่ที่ประชุมพิจารณา”
– ลายกระถางที่ประดับในรั้วราชวัตรและนอกรั้วราชวัตรต่างกันอย่างไร
“วัสดุและลวดลายของกระถางและกี๋ (ฐานที่รองกระถาง) จะแตกต่างตามจุดที่ประดับ อาคารที่มีฐานานุศักดิ์มากที่สุด กระถางจะเต็มรูปแบบ ส่วนอาคารลำดับรองลงมา การประดับของลวดลายของกระถางก็ลดหลั่นลงมา อย่างกระถางที่มีลายตราพระราชวงศ์จักรีอยู่ที่กี๋ และมีลายตราพระราชลัญจกร “ภปร” อยู่ที่กระถาง ก็จะวางประดับอยู่ในที่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงประทับอยู่เท่านั้น นั่นคือ พระที่นั่งทรงธรรม กับพลับพลายก (ที่ราชรถมาเปลี่ยนเป็นพระยานมาศสามลำคาน) อย่างไรก็ตาม ที่พลับพลายกจะประดับกระถางจำนวนไม่มาก เน้นที่บริเวณพระที่นั่งทรงธรรมเป็นหลัก ประมาณ 100 ใบ จำนวนกระถางโดยรวมทั้งหมดที่เยอะจะเป็นกระถางซีเมนต์มากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งลายตราพระราชลัญจกร “ภปร” และตรา “จักรี” ที่กี๋ ยังต้องรอเสนอในที่ประชุมที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตร ทั้งนี้ ตราพระราชลัญจกร “ภปร” ทางสำนักพระราชวังจัดส่งแบบมาให้ 2 แบบซึ่งต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุม”
– จำนวนกระถาง
“จำนวนกระถางคาดการณ์ว่าต้องใช้ประมาณ 200-300 ใบ ปริมาณดูเหมือนเยอะ แต่พื้นที่คราวนี้กว้างใหญ่กว่าเดิมประมาณ 2.5 เท่า และหลังพระราชพิธีเสร็จสิ้น กระถางเหล่านี้ยังสามารถนำไปประดับในสถานที่สำคัญต่อได้อีก เช่นเดียวกับงานของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ที่มีการแบ่งสัดส่วนกระถางไปประดับตามสถานที่สำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับพระองค์ เช่น พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วังรื่นฤดี เป็นต้น คิดว่าพระราชพิธีในคราวนี้ก็คงเป็นไปในแนวทางนั้นด้วย ขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย
จำนวนกระถางที่ดูเยอะ อาจเพราะอาคารพระที่นั่งทรงธรรมยาวกว่าเดิมมาก เท่าที่ทราบยาวประมาณ 155 เมตร โดยปกติการจัดวางกระถางมักจัดวางตามตำแหน่งหน้าเสา ดังนั้น เมื่อด้านหน้ายาว 155 เมตร ถ้าช่วงเสาช่วงละ 3 เมตร อย่างน้อยก็ต้องใช้กระถาง 50 ใบแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างเสนอที่ประชุมภายในกรมศิลปากร ซึ่งมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน มีท่านผู้หญิง บุตรี วีระไวทยะ ผู้แทนทางวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไม้ ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวน เป็นต้น เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากตำแหน่งวางกระถางจะเกี่ยวเนื่องกับสถานที่ที่ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ต้องเสด็จฯประทับ จึงต้องรอผลประชุมว่าตำแหน่งจุดไหนบ้างที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม
แนวคิดหลักในการจัดวางกระถาง ภายในรั้วราชวัตรจะเหมือนการประดับในพระบรมมหาราชวังหรือเหมือนในสวรรค์ ส่วนภายนอกที่เป็นตัวแทนโลกมนุษย์หรือโลกของเรา จะจัดภูมิสถาปัตยกรรมจากแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจ หรือโครงการในพระราชดำริที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้พวกเรา การประดับก็จะเรียบง่าย เน้นโครงการที่พระองค์พระราชทานให้พวกเรา ดังนั้น ในพื้นที่ภายในรั้วราชวัตรจะมีความสมพระเกียรติ สวยงาม วิจิตรมากขึ้นเมื่อเทียบกับภายนอก ภายนอกเหมือนเป็นภาพของพระองค์ที่ทรงติดดิน พระองค์ทรงงานในพื้นที่ทุรกันดาร ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนของพระองค์”
– ลายกระต่ายบนกระถาง
“เบื้องต้นที่เสนอไป ลายบนกระถางประกอบด้วย 1.ลายพันธุ์พฤกษาที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ เช่น ไม้ดอกที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ดอกดาวเรือง นาข้าว หญ้าแฝก เป็นต้น หรืออาจจะแปลงลายมาเป็นลวดลายบนกระถาง 2.ลายที่เป็นปีประสูติ คือลายกระต่าย และ 3.ลายที่เกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริซึ่งจะเชื่อมโยงกับฉากบังเพลิงที่จะมีการเขียนลายจิตรกรรมโดยสำนักช่างสิบหมู่ ทางเราได้ประสานผู้เชี่ยวชาญด้านกระถางเซรามิกที่จะช่วยดูในเรื่องลวดลาย นัดให้เจอกับนายมณเฑียร ชูเสือหึง ข้าราชการประจำกลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ที่เขียนร่างลายฉากบังเพลิงปลายเดือนมกราคมนี้ ลวดลายที่กระถางจะได้สัมพันธ์กับภาพจิตรกรรมที่ฉากบังเพลิง เนื่องจากแนวคิดในการวางผังพระเมรุมาศ มีการแบ่งหมวดหมู่โครงการในพระราชดำริตามทิศ ซึ่งประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ โครงการในพระราชดำริที่เขียนที่ฉากบังเพลิงจึงต้องเขียนให้สอดคล้องกันตามทิศที่วางไว้ด้วย ทั้งนี้ลายกระต่ายบนกระถางยังไม่ได้เริ่ม เนื่องจากต้องรอการพูดคุยกับนายมณเฑียรก่อน อยากให้อ้างอิง จะได้คล้ายๆ กัน”
– การวางลวดลายบนกระถาง
“ลายกระถาง ประกอบด้วยลวดลายอยู่รอบตราพระราชลัญจกร “ภปร” อย่างในคราวของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จะมีลายดอกไม้ล้อมรอบตราสัญลักษณ์ “พร” ซึ่งอยู่ตรงกลาง แต่ที่เป็นไฮไลต์ของกระถางในครั้งนี้ คือทางผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ทำกระถางเป็นปากเก้าเหลี่ยม ปกติรูปแบบกระถางเซรามิกทางจีน จะใช้เลขมงคลหรือรูปทรงที่ออกมาเป็นมงคล เช่น หกเหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม ไม่เคยเห็นกระถางปากเก้าเหลี่ยมมาก่อน แต่คราวนี้คิดกันว่านี่เป็นโอกาสพิเศษสำหรับพระราชพิธีนี้ที่จะออกแบบมาเป็น
กระถางปากเก้าเหลี่ยม แต่ทั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนทดลองลวดลายและขนาด”
– ผลิตกระถางขึ้นใหม่?
“ลวดลายเขียนขึ้นใหม่ คิดลวดลายใหม่ แต่บางอย่าง เช่น กี๋ จะใช้ม็อกอัพตัวโมซึ่งเป็นแบบที่เคยทำไว้แล้ว เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างจำกัด แต่ก็ยังเป็นแนวคิดที่เสนอที่ประชุมผู้เกี่ยวข้อง รอผลสรุปอยู่ อย่างเขามอ (ภูเขาในหิมพานต์) ก็จะมีกระถางที่มีการประดับหินขนาดเล็ก จำลองเขามอลงมา เหมือนเป็นการต่อยอดเขามอที่อยู่บริเวณรอบพระเมรุมาศ กระถางเขามออาจอยู่บริเวณด้านหน้าของพระที่นั่งทรงธรรม เขามอวางอยู่บนกระถาง”
– ใช้เวลาผลิตนานแค่ไหน
“ขึ้นอยู่กับปริมาณ แต่ก็ต้องเร่งอย่างมากเพราะทุกอย่างต้องเสร็จเดือนกันยายน 2560”





