นิสิตแห่ฟังนับร้อย รุ่งโรจน์เดี่ยวไมโครโฟนกลาง ม.บูรพา ยัน ‘อโยธยา’ มาก่อนสุโขทัย
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จัดกิจกรรมการบรรยายหัวข้อ ‘อโยธยา VS รถไฟความเร็วสูงกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยมี รศ.ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นวิทยากร
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนิสิตสนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 200 ราย
ดร.ปาจรีย์ กิจกาญจนกุล หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.บูรพา กล่าวว่า จุดประสงค์ของโครงการนี้คือการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่อโยธากับการพัฒนาตามแนวทางความยั่งยืน รวมถึงเป็นไปเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อีกทั้งผลักดันความร่วมมือระหว่างคณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง และคณะมนุษยศาสตร์ ฯ ม.บูรพา
“เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันผู้คนทั่วโลกประสบปัญหาจากการพัฒนาเมือง เช่นเดียวกับเมืองทรดกโลก อย่างพระนครศรีอยุธยาที่กำลังเผชิญผลกระทบจากการพัฒนาเมือง ภาควิชาประวัติศาสตร์ตระหนักถึงข้อนี้ จึงจัดโครงการส่งเสริมความรู้ในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้นิสิต คณาจารย์และผู้สนใจได้เกิดความตระหนักรู้ และเข้าใจแนวทางการจัดการและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน” ดร.ปาจรีย์

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.บูรพา ขึ้นเวทีกล่าวเปิดกิจกรรม ความว่า อโยธา อยู่ในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ เพราะเป็นต้นกำเนิดกรุงศรีอยุธยา จึงนับเป็นพื้นที่ซึ่งมีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานีและทางรถไฟด้วย ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงผ่านพื้นที่อโยธยาโดยระบุว่าจะช่วยพัฒนาพื้นที่ สร้างงาน สร้างอาขีพให้ประชาชน ยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เกิดการถกเถียงกันในเชิงวิชาการและหมู่นักเคลื่อนไหว ว่าควรย้ายสถานีไปยังจุดอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อโบราณสถานให้น้อยที่สุดหรือไม่
“ด้วยพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในการให้บริการวิชาการและถ่ายทอดความรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนตลอดจนสังคมชุมชนให้สามารถรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมหาวิทยาลัยยังมีการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะในรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมทั้งการบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
คณะมนุษยศาสตร์ฯ ม.บูรพา จึงขอเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว และหวังว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานต่างๆ จะได้รับฟังความเห็นจากเวทีวิชาการในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจต่อไป” รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา กล่าว

ต่อมา รศ.ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ม. รามคำแหง เริ่มต้นบรรยาย โดยกล่าวถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอโยธยา ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา รวมถึงข้อถกเถียงถึงการมีอยู่จริงของเมืองดังกล่าว ซึ่งพบว่า ในการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ไม่มีการยอมรับถึงการมีอยู่ของอโยธยา
“เราต้องสลัดกรอบการยึดติดว่าสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก ทุกคนในห้องนี้คงเรียนมาตั้งแต่มัธยมฯ ก็คงยังคิดเช่นนั้น แต่ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ถ้าอโยธาเก่ากว่าสุโขทัย เป็นไปได้หรือไม่ ผมขอย้ำว่า คุณจะอ้างว่าสุโขทัยมีการพบเครื่องถ้วยราชวงศ์ซ่ง พบชั้นถ่านเก่าขนาดไหน แต่เรากำลังถกเถียงในประเด็นที่ว่า ศูนย์กลางความเป็นราชธานี ศูนย์กลางอำนาจจริงๆ อยู่ที่ไหน มันอยู่ที่อโยธยา
ผมจะบอกว่า อโยธยาเป็นศูนย์กลาง ก่อนสุโขทัย ตอนที่เกิดสุโขทัย พญามังรายก็สถาปนาเชียงใหม่แล้ว เมื่อ พ.ศ.1839 ล้านช้างก็เกิดแล้ว ยังไม่นับพงศาวดารหยวนที่กล่าวถึงการส่งบรรณาการไปยังปักกิ่งของรัฐในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่กล่าวถึงสุโขทัยน้อยมาก แต่กลับให้ความสำคัญกับรัฐในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง คือ เสียน และหลอหู (ละโว้)” รศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว

รศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าวว่า ยุคสมัยต่างๆ ในประวัติศาสตร์ไม่มีจริง แต่อิงตามศิลปะ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายใน ‘ตำนานพุทธเจดีย์’ ว่า พระแบบไหน เรียกว่าอะไร เช่น พระทวารวดี พระศรีวิชัย พระลพบุรี ฯลฯ ดังนั้น ยุคสมัยประวัติศาสตร์ไทยไม่เหมือนกับยุโรปที่ใช้เป็นยุคเรอเนซองส์ (ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ), ยุคมืด และอื่นๆ แต่เป็นการนำรูปแบบศิลปะไปกำหนดยุค จึงเกิดความสับสน
“พอมีกรอบยึดรูปแบบทางศิลปะ อาจารย์เปลื้อง ณ นคร ก็เอามาใช้อีก โดยเฉพาะอยุธยา มีการใช้กำหนดยุคทางวรรณคดีด้วย จึงเกิดปัญหา” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว
รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ.1893 มีชุมชนหนาแน่นแล้ว และไม่ใช่เมืองขนาดเล็ก บางครั้งในการสำรวจทางโบราณคดีมักหลงลืมการพิจารณาโบราณวัตถุจากในคลังว่ามีอะไรบ้าง อาทิ คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม พระนครศรีอยุธยา มีพระพุทธรูปที่คงกลิ่นไอของความเป็นทะเลสาปเขมร สะท้อนการมีอายุที่เก่าแก่กว่าการสถาปนากรุงศรีอยุธยาอย่างแน่นอน และไม่ได้พบเพียง 1-2 ชิ้น ดังนั้น ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาในปี 1893 ต้องมีรัฐเกิดขึ้นแล้ว

นายภูมินทร์ พ่วงทอง นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาประวัติศาสตร์ กล่าวว่า การบรรยายวันนี้สนุกมาก ได้ทราบถึงความสำคัญของอโยธยา ซึ่งตนเห็นด้วยว่า ไม่ควรมีเส้นทางรถไฟดังกล่าวพาดผ่าน เพราะอาจกระทบต่อหลักฐานทางประวัติศาสตร์
“สนุกมาก ตอนแรกผมคิดว่าผ่านไปแบบไม่กี่ชั่วโมง แต่รู้ตัวอีกทีก็หมดเวลาแล้ว สำหรับประเด็นสถานีรถไฟ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องตัดผ่าน อาจารย์ก็ได้ชี้แจงให้เห็นว่าอโยธยามีความสำคัญมาก จึงรู้สึกว่ามุมนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน ส่วนเนื้อหา อาจารย์รุ่งโรจน์ย่อยให้เข้าใจง่ายมากขึ้น มีการยกตัวอย่างต่างๆ ให้เห็นภาพตลอด ผมเชื่อว่าอโยธยามาก่อนอยุธยาเพราะส่วนหนึ่ง ได้เรียนศิลปวัฒนธรรม ก็เห็นว่าหลายสิ่งไม่ได้มาจากสุโขทัย ไม่ได้เริ่มต้นที่นั่น แต่มีมาก่อนในอโยธยาแล้ว” นายภูมินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาได้ติดตามเรื่องเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ นายภูมินทร์ กล่าวว่า ตนเคยได้ยินมาก่อน และล่าสุดได้เดินทางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 ครั้ง
“พอได้รู้ข้อมูลแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ว่าทำไมไม่ควรที่จะตัดผ่านอาจจะทำให้ตรงนี้เหลือเพียงความทรงจำ วันหนึ่งอาจทำให้อัตลักษณ์ความเป็นเรามันหายไป” นายภูมินทร์ กล่าว




