สุจิตต์ วงษ์เทศ : วัฒนธรรมในอดีต ไม่มีอนาคต เพื่อปัจจุบัน

30.01.17 | 17:33 น.
กระทรวงวัฒนธรรมเพื่ออดีต (ภาพจาก www.cleanplusthailand.com)

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีประสบการณ์ไม่มากในการแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารวิชาความรู้ทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์โบราณคดีมานุษยวิทยา

เลยทำไม่เป็นว่า ประเด็นไหนควรเป็นข่าวใหญ่ลงหน้าแรกทุกฉบับ? อะไรควรแถลงไม่ควรแถลง? อะไรเป็นข่าวไม่เป็นข่าว? ฯลฯ บางทีก็สักแต่ว่าทำๆ แจกๆ ข่าวออกไปให้พ้นๆจึงไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไปแล้ว

แต่แท้จริงเป็นเรื่องสำคัญและสำคัญมากทุกเรื่อง ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้ ที่ว่ารู้กันแล้วก็เฉพาะในหมู่ข้าราชการใน วธ. ที่เกี่ยวข้องงานนั้นๆ เท่านั้น ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไปซึ่งยังไม่รู้และอยากรู้ เลยส่งผลกระทบจนเป็นปัญหาการทำข่าวของสื่อบางสำนัก

[จะว่ากันไป ที่ว่ารู้ในหมู่ข้าราชการ วธ. ก็ไม่แน่อีกนั่นแหละ]

 

Advertisement

แบ่งปันความรู้

การแบ่งปันความรู้แล้วเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างง่ายๆ ให้กว้างขวาง ต้องทำซ้ำๆ ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วเลิกไปไม่ทำอีก (ดังราชการไทยชอบอ้างว่าเคยทำแล้ว แต่ทำแล้วน่ะเมื่อปีก่อนๆ)

นอกจากทำซ้ำต่อเนื่องสม่ำเสมอแล้ว ยังต้องเชื้อเชิญและชักชวนสื่อนานาประเภทร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันเผยแพร่ด้วยแง่มุมต่างๆ อย่างหลากหลายไม่จำกัด เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวด้วยมุมมองต่างกันไปตามประสบการณ์ไม่เหมือนกัน เพราะความรู้ไม่มีสำเร็จรูปชุดเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้นเรียกแช่แข็งความรู้แบบสังคมเผด็จการ

ถ้าปิดปากข้าราชการ (ที่ทำงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม) ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อ (ที่ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองแล้วมีคำถาม และไม่รอข่าวแจกของ วธ.) ก็ไม่ต่างจากสังคมเผด็จการฟาสซิสม์คอมมิวนิสต์ที่ไทยเคยประณามอย่างสาหัสยุคสงครามเย็น

 

ข่าวแจก

ข่าวแจกสื่อของ วธ. เน้นประชาสัมพันธ์การแสดงตัวของรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวง, อธิบดี

ส่วนที่เป็นงานเป็นการเป็นประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ ก็มี แต่ไม่มาก ที่มากคือข่าวโครงการโน่นนี่นั่น ซึ่งทำจริงบ้าง ทำเหมือนลิงหลอกเจ้าบ้าง ใครจะไปรู้?

คนให้ข่าวรู้ดีว่าไม่มีใครติดตามต่อเนื่อง แต่ออกข่าวให้เข้าหูเข้าตาบรรดานายที่อ่านข่าวดูข่าวฟังข่าวเห็นบ้างได้ยินบ้างเท่านั้น แล้วก็ลืม

 

ไม่มีอนาคต

วัฒนธรรมของ วธ. เป็นวัฒนธรรมไทยที่เต็มไปด้วยอดีต จึงไม่มีอนาคตเพื่อแก้ปัญหาปัจจุบัน แต่จะตรงข้ามคือเป็นเครื่องมือกดทับปัจจุบันและอนาคต

ข่าวแจกของ วธ. ตั้งแต่แรกสถาปนากระทรวง จึงให้น้ำหนักที่วัฒนธรรมในอดีต (ไม่ใช่วัฒนธรรมของคนปัจจุบัน) เช่น ชุดไทย, รำไทย, ดนตรีไทย ฯลฯ

วัฒนธรรมในอดีตก็เต็มไปด้วยอาการโหยหาฟูมฟายน้ำลายกระเด็น ทั้งๆ ควรอธิบายความหมายในอดีต เพื่อเข้าใจปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต แต่ไม่ทำ เพราะไม่เคยศึกษาเรียนรู้จากผู้รอบรู้ เอาแต่งมงายผู้จดจำและลอกเลียนผิวเผินจากตำราคร่ำครึ

วธ. รู้ดีว่าสื่อรอข่าวแจก ก็แจกข่าวทุกวันๆ บางวันหลายข่าว ซึ่งเท่ากับโปรโมตผู้ให้ข่าวในคราวเดียวกัน ผู้ได้ประโยชน์เต็มๆ คือ ผู้บริหารระดับสูงที่ฉลาดลึกซึ้งอย่างยิ่งในเรื่องประเภทนี้

เจ้าหน้าที่ด้านเผยแพร่ก็ผลิตข่าวแจกตามใบสั่งจากผู้มีอำนาจ จนไม่คิดแจกข่าวงานหลักที่ถูกลืม เพราะเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ เช่น ช่างศิลปกรรมทำอย่างดีและมีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมทางวิชาความรู้ ฯลฯ

สื่อด้านวัฒนธรรมโดยรวมยังอ่อนด้อยและขาดประสิทธิภาพจะศึกษาค้นคว้าข้อสงสัยแล้วสืบเสาะด้วยตนเอง ก็ถูกครอบงำด้วยข้อมูลพ้นสมัยจาก วธ.

ครั้นรู้ว่าพ้นสมัยเลยกลุ้มใจ พากันฟ้องครูและผู้ปกครองตามระบบการศึกษาไทยแบบท่องจำตามครูสอน ถ้าครูไม่บอกให้จดก็ไม่มีข้อมูลเอาไว้จำทำงาน

อย่างนี้เข้าทาง วธ. ที่ต้องการความภักดีจากสื่อเหล่านั้นเพื่อโปรโมตตนเองตามต้องการ

 

ขอบคุณ วธ.

ขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ วธ. กรุณาจัดหนังสือ 10 รายการ (มี 17 เล่ม) ใส่ลังกระดาษขนาดใหญ่ไปให้อ่าน โดยมีจดหมายราชการบอกว่า

“หนังสือเหล่านี้พิมพ์ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2559 เพื่อเผยแพร่ความรู้พื้นฐานทั่วไปด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทย และใช้ประโยชน์ทางการศึกษาในระดับต่างๆ”

วธ. มีงบประมาณจำนวนมากๆ (จากภาษีอากรของราษฎร) ใช้จ่ายพิมพ์หนังสือเล่มโตๆ สอดสีทั้งเล่มตามสะดวก ใครรับจ้างพิมพ์ก็รับทรัพย์มหาศาลจากกระทรวงนี้

หนังสือเหล่านี้มีคุณค่าต่างๆ กัน บางเล่มมีคุณค่ามาก เช่น ชุดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (ชื่อชุดน่ารำคาญมาก) หลายเล่มมีคุณค่าไม่มาก แต่มีมูลค่าไม่น้อย

ส่วนมากเป็นหนังสือโหล ที่จับต้นฉบับคัดๆ ลอกๆ เหลือๆ มาต่อๆ กันไปให้หนาๆ หารูปประกอบมากๆ พิมพ์แล้วเล่มโต ด้วยค่าพิมพ์แพงๆ มีน้ำหนักมาก เหมาะชั่งกิโลขาย

ขอบพระคุณอีกครั้ง แล้วจะทยอยอ่านโดยเลือกเฉพาะบางเล่มที่ควรอ่าน เพื่อเขียนแนะนำต่อไปเป็นคราวๆ แต่บอกไว้ก่อน ไม่รู้ว่าจะอ่านทันหมดไหม เพราะมีเวลาเหลือไม่มาก