เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ขณะนี้ทางกรมศิลปากรได้ทำการล้อมรั้วสังกะสีและใช้แผ่นป้ายไวนิลพิมพ์ภาพรูปต้นไม้ ล้อมรอบบริเวณพื้นที่การก่อสร้าง ตั้งแต่ถนนกึ่งกลางท้องสนามหลวงไปจนถึงพื้นที่ทิศใต้ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง

หนึ่งในทีมช่างก่อสร้างกรมศิลปากรกล่าวว่า การก่อสร้างในส่วนของพระเมรุมาศ มีความคืบหน้าประมาณ 5% โดยหลังจากการปรับและบดอัดหน้าดินแล้ว ผลการตรวจสอบล่าสุดพบว่า พื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศสามารถรับน้ำหนักได้ 28 ตัน ซึ่งถือว่ามากเพียงพอที่จะรับน้ำหนักพระเมรุมาศ และขณะนี้ทางทีมช่างได้ทำการเทฐานรากไปแล้วจำนวน 12 จุด จากที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 491 จุด ประกอบด้วย ฐานรากบุษบกประธาน 4 จุด ฐานรากบุษบกซ่าง 4 จุด ฐานรากบุษบกหอเปลื้อง 4 จุด ซึ่งยังเหลือฐานรากประติมากรรมตกแต่งประกอบพระเมรุมาศอีก 8 จุด รวม 20 จุด จึงจะครบในส่วนที่ทางทีมช่างจะดำเนินการเองในพื้นที่ ส่วนที่เหลืออีก 471 จุด จะใช้คอนกรีตหล่อจากโรงงานให้แล้วเสร็จก่อนนำมาติดตั้งในพื้นที่ ซึ่งฐานรากทั้ง 20 จุดที่ทางทีมช่างต้องดำเนินการในพื้นที่นั้น เพราะเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องรองรับน้ำหนักค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงต้องมีความแข็งแรง โดยหลังจากปรับหน้าดิน บดอัดทรายแล้ว ต้องมีการเทคอนกรีตหยาบเพื่อใช้งานปรับระดับพื้น ผูกเหล็กเส้นเพื่อรองรับน้ำหนัก ก่อนเทคอนกรีตทับอีกรอบ

“ขณะเดียวกัน ล่าสุดทางทีมช่างกรมศิลปากรได้มีการกรีดลายกำหนดจุดกึ่งกลางและจุดตัดของเสาแต่ละต้น รวม 491 จุด ที่จะใช้ในการฝังฐานรากทั้งหมด โดยกำหนดเป็นสัญลักษณ์ ตัวอักษรภาษาไทย ก-ฮ อักษรภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ A-Z และตัวเลขอารบิก ซึ่งคาดว่างานในส่วนของพื้นฐานรากจะดำเนินการเสร็จก่อนหน้าฝน ช่วงเดือนพฤษภาคมแน่นอน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างส่วนอื่นๆ” หนึ่งในทีมช่างจากกรมศิลปากรกล่าว


