นายไพรัช ใหม่ชมภู เลขานุการภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยว่า ภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็น 1 ใน 14 จังหวัดที่มีแนวคิดการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวประสานให้เกิดการขับเคลื่อนใน 99 องค์กร 2,600 คน ได้รวมตัวกันยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลและสังคมไทยให้สนับสนุนแนวคิดการศึกษาเชิงพื้นที่ จำนวน 4 ข้อ ภายในงานปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ดังนี้ 1.เสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ทำงานเชื่อมโยงกับภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา 99 องค์กร ผ่านแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่/แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการต่อยอดและทำให้เห็นผลในเชิงปฏิบัติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่
นายไพรัช กล่าวต่อว่า 2.ภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาของพื้นที่ สอดคล้องไปกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ 20 ปี ที่กำลังจะประกาศใช้ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ว่าด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการจัดการศึกษา เห็นผลเป็นรูปธรรม ดังนี้ สร้างกลไกสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครู ‘พันธุ์เชียงใหม่’ โดยเชื่อมโยงกับโครงการผลิตครูเพื่อท้องถิ่น และครูโครงการอื่นๆ โดยสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนผู้ปกครอง และภาคธุรกิจ, ลดความเหลื่อมล้ำในระดับก่อนปฐมวัย โดยพัฒนาศูนย์เด็กเล็กที่มีจำนวน 600 ศูนย์ ครอบคลุมเด็กกว่า 20,000 คน ซึ่งกินความถึงเครือข่ายพ่อแม่ร่วมครึ่งแสนคนในจังหวัดเชียงใหม่ให้มีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน โดยเชื่อมโยงกับการจัดตั้งกองทุนตามรัฐธรรมนูญ, จัดตั้งโมเดลโรงเรียนที่เท่าเทียมกัน โดยเชื่อมโยงกับนโยบายการแก้ปัญหาโรงเรียนไอซียู และมีพื้นที่ตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมในทุกอำเภอ, จัดตั้งกองทุนการศึกษาเชียงใหม่ เพื่อทำให้การศึกษาที่อยู่ทั้งในระบบ นอกระบบ การศึกษาทางเลือกและการศึกษาตามอัธยาศัย สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาตลอดชีวิตของคนเชียงใหม่
เลขานุการภาคีเชียงใหม่ฯ กล่าวต่อว่า 3.ขอให้ดำเนินการตามข้อเสนอที่ภาคีเชียงใหม่ฯ ที่มีต่อรัฐบาลในปี 2558 ดังนี้ จัดตั้งสภาการศึกษาเชียงใหม่ จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนตามความขาดแคลน จัดระบบประเมินครู สถานศึกษาให้สอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ สนับสนุนการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน จัดงบประมาณอาหารกลางวันให้นักเรียนเพียงพอในการศึกษาภาคบังคับ พัฒนาโรงเรียนดี มีคุณภาพที่อยู่ห่างไกล จัดบุคลากรสายสนับสนุนให้สถานศึกษา และเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดการกระจายอำนาจและงบประมาณลงในการบริหารจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่

