‘สุรศักดิ์’ ปลื้ม 6 ด.ลดภาระ ‘ครู-นักเรียน’ คืนประสิทธิภาพสอน-ย้ำผลงานจับต้องได้

2.04.24 | 10:25 น.

‘สุรศักดิ์’ ปลื้ม 6 ด.ลดภาระ ‘ครู-นักเรียน’ คืนประสิทธิภาพสอน-ย้ำผลงานจับต้องได้ ดีเดย์แจก ‘แท็บเล็ต-โน๊ตบุ๊ก’ น.ร. 6 แสน ปี’68

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กว่า 6 เดือน ที่ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีหลายเรื่องที่ได้ขับเคลื่อนเพื่อลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครอง โดยเฉพาะเรื่องยกระดับคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ตั้งคณะทำงานยกระดับคะแนนประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA เชื่อมั่นว่าคะแนน PISA ในปี 2025 จะดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน เรื่องนี้ถือเป็นวาระสำคัญ ที่ทุกคนต้องร่วมกันดำเนินการตามนโยบายที่จะพลิกโฉมประเทศไทยแบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเรื่องการลดภาระครู ซึ่งหลายเรื่องปรับตารางให้สอดคล้องกับการเปิดภาคเรียนของนักเรียน ทั้งปฏิทินการย้ายครู ซึ่งรอบแรกจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน เพื่อให้ครูมีเวลาเตรียมพร้อมสำหรับไปสอนในสถานศึกษาใหม่ รวมถึง ปฏิทินการสอบครูผู้ช่วย การสอบผู้บริหารสถานศึกษา ที่ต้องปรับให้สอดรับกับการเปิดภาคเรียน เพราะหากบรรจุไม่ทันเปิดภาคเรียน อาจกระทบการเรียนการสอน ขณะเดียวกันยังแก้ปัญหาเรื่องครูเอกชนลาออกมาบรรจุครูผู้ช่วยได้ด้วย

“6 เดือนที่ผมทำงานมา พยายามขับเคลื่อนหลายอย่าง แม้จะยังไม่มีงบประมาณปี 2567 มาขับเคลื่อน โดยบางเรื่อง เช่น การยกเลิกการอยู่เวรของครู หรือการจ้างนักการภารโรง อาจไม่ใช่มิติด้านคุณภาพ แต่เป็นการลดภาระครู สุดท้ายทุกอย่างจะสะท้อนกลับไปที่ประสิทธิภาพการเรียนการสอน และประสิทธิภาพผู้เรียน ทั้งหมดนี้จับต้องได้ นอกจากนี้ ยังมีงบสนับสนุนนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีระบบ หรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จัดหาอุปกรณ์ 1 นักเรียน 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต/โน๊ตบุ๊ก และการแจกอุปกรณ์เทคโนโลยีประกอบการสอนให้แก่ครูตามที่ ศธ.เสนอขอ 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาการเช่า 5 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2572 ในส่วนของค่าเช่า Cloud Computing หรือ Cloud (คลาวด์) ค่าจัดทำแพลตฟอร์ม คอนเทนต์ รวมทั้ง แจกอุปกรณ์ให้กับนักเรียน โดยเฟสแรกจะแจกให้นักเรียนมัธยมปลายในโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกกว่า 600,000 คน” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จะขยายผลเพิ่มเติมถ้าประเมินว่าเป็นประโยชน์ ให้บริการดี และเป็นผลดี โดยจะขยายไปโรงเรียนมัธยมทั้งหมด แล้วขยายลงไประดับประถมศึกษา แต่จะต้องผ่านการประเมินก่อน ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับบริษัทที่ดำเนินการเรื่องนี้หลายรอบ และหลายแห่งยินดีที่จะเข้ามาช่วยเรื่องการศึกษาพัฒนาประเทศ ส่วนจะแจกแท็บเล็ต หรือโน๊ตบุ๊กนั้น อาจจะต้องเปิดกว้างตามความเหมาะสมแต่ละช่วงวัย โดยนักเรียนชั้นมัธยมปลายอาจจะเหมาะกับโน๊ตบุ๊ค ซึ่งมีแป้นพิมพ์สัมผัส ส่วนเด็กเล็กระดับประถมศึกษา น่าจะเหมาะกับแท็บแล็ต ซึ่งสะดวก และคล่องตัวมากกว่า รวมถึง มีสัญญาณเชื่อมอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย หรือ wifi แบบซิมการ์ด เหตุผลที่ไม่ใช้ wifi เพราะลดปัญหาสัญญาณไม่เสถียรเมื่อมีผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับโรงเรียน โดยผู้ให้บริการที่ประมูลได้ จะต้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดระบบ และเครือข่ายทั้งหมด