เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา พ.ศ. … ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ ธนาคารหน่วยกิตจะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่จำกัดอายุและคุณวุฒิ เป็นการเชื่อมโยงการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนสะสมหน่วยกิตในธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาที่ขึ้นทะเบียนมากกว่าหนึ่งแห่งได้ และนำผลการเรียนรู้หรือผลลัพธ์การเรียนรู้จากการศึกษา การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐานอาชีพ และการสะสมประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกปฏิบัติหรือการเรียนรู้จริงจากที่ทำงานระหว่างการศึกษามาเทียบโอนหน่วยกิต และสะสมในธนาคารหน่วยกิตได้ตลอดชีวิตเป็นสิทธิของผู้เรียนและได้รับการคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า จากนี้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะต้องจัดทำประกาศเกี่ยวกับวิธีการ แนวทางและรูปแบบการศึกษา ในแล้วเสร็จ ภายใน 60 วันนับจากวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ โดย สกศ.จะทำหน้าที่เป็นธนาคารหน่วยกิตกลาง ส่งเสริม สนับสนุน บูรณาการการดำเนินการของธนาคารหน่วยกิต โดยจะเร่งดำเนินการให้ทันปีการศึกษาที่จะถึงนี้

“การจัดการศึกษาแบบธนาคารหน่วยกิต หรือเครดิตแบงก์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนในทุกระดับและประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษา สามารถนำผลการเรียนรู้และประสบการณ์การทำงานหรืออาชีพ ทั้งจากในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย มารับรองและเทียบโอนกันได้ ตอบโจทย์นโยบายด้านการศึกษาของ ศธ.ในประเด็น ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครองที่ระบุว่า “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” พัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ โดยผู้เรียนและประชาชนสามารถเรียนและทำงานได้ไปในเวลาเดียวกัน ช่วยลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนในการศึกษา ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ยกระดับคุณภาพชีวิต และคุณภาพแรงงานให้พร้อมการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม” นายอรรถพล กล่าว

