ส.บ.ม.ท.ตัดเกรด ‘2 รมต.ศธ.’ ผ่าน 70% ชี้ผลงานชัด ‘ลดภาระครู-แก้หนี้-ระบบย้ายโปร่งใส’ วอนเดินหน้าช่วย ‘น.ร.-ผู้ปกครอง-ดัน ร.ร.คุณภาพ’
นายณรินทร์ ชำนาญดู ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ในการประเมินผลงานกว่า 6 เดือน ที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เข้ารับตำแหน่ง ส่วนตัวให้ผ่าน มีผลงานเชิงประจักษ์ชัดเจนกว่า 70% โดยเฉพาะการลดภาระข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งเรื่องการพัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูฯ ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ ตัวชี้วัดในการประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูผู้สอน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผู้สร้าง และพัฒนานวัตกรรม ปรับการย้ายครูคืนถิ่น Teacher Matching System หรือ TMS และอนาคต จะมีระบบการย้ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Teacher Rotation System หรือ TRS โดยการย้ายทุกกรณีต้องยื่นคำร้องขอย้ายผ่านระบบ TRS เท่านั้น ทำให้การย้ายครูโปร่งใส และแก้ปัญหาการทุจริต
นายณรินทร์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม กำหนดหลักเกณฑ์การหักเงินเดือน โดยต้องมีเงินเดือนคงเหลือเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จัดให้มีสถานีแก้หนี้ ตั้งคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินครู ลดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 4.75 และเรื่องที่ช่วยลดภาระครูได้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือยกเลิกการอยู่เวรของครู การเดินหน้าเรื่องการจัดจ้างนักการภารโรง ที่สำคัญที่สุดคือของบประมาณกว่า 2,955 ล้านบาท อุดหนุนค่าอาหารกลางวันของนักเรียนระดับมัธยมปีที่ 1-3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทุกสังกัด กว่า 7,344 แห่ง มีนักเรียนได้รับประโยชน์กว่า 575,983 คน รวมถึง เร่งจัดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯ ตําแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจําเป็น หรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เร็วขึ้น เพื่อให้สามารถบรรจุแต่งตั้งได้ทันเปิดภาคเรียน
“ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ดำเนินการเห็นผล แต่ยังมีเรื่องที่อยากให้เร่งดำเนินการ คือการลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง ตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime เรียนฟรี มีงานทำ โดยเฉพาะระบบ หรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งผู้ปกครอง และนักเรียน เฝ้ารออย่างมีความหวัง อยากเห็นการศึกษาที่เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันผมอยากให้เร่งดำเนินการโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ที่ต้องการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง เกิดความเท่าเทียม สร้างโอกาสทางการศึกษา ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยทาง ส.บ.ม.ท.เห็นว่าควรเร่งขับเคลื่อน เพื่อให้การพัฒนาการจัดการศึกษาเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว” นายณรินทร์ กล่าว

