หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (316) 成语故事 (三一六)

21.04.24 | 10:45 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (316) 成语故事 (三一六)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 如鸟兽散/如鳥獸散 rú niǎo shòu sàn (หรู เหนี่ยว โฉ้ว ซ่าน) คำว่า 如 rú (หรู) แปลว่า เสมือนดั่ง เป็นอย่างเช่น 鸟/鳥 niǎo (เหนี่ยว) แปลว่า นก 兽/獸 shòu (โฉ้ว) แปลว่า สัตว์สี่เท้าเลี้ยงลูกด้วยนม 散 sàn (ซ่าน) แปลว่า แยกย้าย แตกกระจาย เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง สภาพเหตุการณ์เหมือนดังกับเหล่านก และสัตว์ป่า ที่แตกตื่นแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ซึ่งตรงกับของไทยเราก็คือ ผึ้งแตกรัง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

จีนในยุคการปกครองของจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ 汉武帝/漢武帝 Hàn wǔdì แห่งราชวงศ์ฮั่น 汉朝/漢朝 Hàn cháo (ฮั่นเฉา) ในยุคที่ประเทศชาติมีความเก่งกล้า และเข้มแข็งนั้น การดำเนินกิจการความสัมพันธ์กับต่างอาณาจักรนั้น ฮั่นอู่ตี้ใช้นโยบายแบบผสมผสาน มีทั้งสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต และดำเนินการปราบปรามด้วยกำลังทหาร สำหรับชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนทางเหนืออันมีนามว่าซฺยงหนู 匈奴 Xiōnɡnú นั้น จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้เลีอกใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามขับไล่ชนเผ่าซึ่งดำเนินไปอย่างยาวนาน

ในช่วงการศึกนี้เอง มีขุนพลหนุ่มคนหนึ่งนามว่าหลี่หลิง 李陵Lǐ Línɡ เป็นที่เลื่องลือกันว่าเชี่ยวชาญวิทยายุทธ์หลายแขนง โดยเฉพาะการยิงธนูบนหลังม้า แต่เนื่องด้วยอายุน้อยอ่อนประสบการณ์ จึงยังไม่ได้ถูกใช้งานที่สำคัญๆ ทำให้ขุนพลหนุ่มรู้สึกน้อยใจ ครั้งหนึ่ง ขุนพลหนุ่มหลี่หลิงได้รับบัญชาให้คุมกองกำลังส่งเสบียง แต่ขุนพลหนุ่มขอเสนอตัวออกรบแทน ทั้งยังเสนอเงื่อนไขว่าไม่ต้องการกองทัพม้า ขอเพียงกองทหารราบเดินเท้าจำนวนห้าพันนายก็พอ เขาจะนำกองทัพห้าพันนี้สร้างผลงาน และชื่อเสียงให้ได้

Advertisement

(ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail?ct=503316480&z)

จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้เห็นว่าขุนพลหลี่หลิงมีความกล้าหาญ คิดจะทดสอบ จึงมอบทหารราบให้ตามที่ขุนพลหนุ่มร้องขอ เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี ขุนพลหลี่หลิงก็นำทหารทั้งห้าพันนายมุ่งหน้าออกชายแดน บุกตะลุยเข้าดินแดนของข้าศึก การรบในช่วงต้นนั้นทุกอย่างราบรื่น เขาชนะศึกทุกครั้งไป จนกองทัพของเขาเดินทัพมาได้สามสิบวัน ก็มาจนตรอกอยู่ที่กลางหุบเขาแห่งหนึ่ง เพราะถูกข้าศึกที่มากกว่าเขาถึงสิบเท่าล้อมกองทัพเขาไว้ หลี่หลิงหาได้ยอมแพ้ เขาตั้งรับได้อย่างมั่นคง แม้ว่าฝ่ายศัตรูจะมีกองกำลังมากกว่าเขาถึงสิบเท่านั้น จะบุกเช่นไร ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้

เขาตั้งรับอยู่นานวัน ก็หวังว่ากองหนุนจะตามมาช่วย ซึ่งมีเรื่องลือกันว่าพวกขุนศึกที่ตำแหน่งใหญ่กว่า มีกองกำลังจำนวนมากที่อยู่แนวหลัง เมื่อรู้ข่าวแทนที่จะรีบยกมาช่วย กลับสั่งให้เดินทัพช้าลง เพื่อหวังยืมมือศัตรูกำจัดคู่แข่งนั่นเอง ดังนั้น กองทัพขุนพลหนุ่มหลี่หลิงต้องสู้อย่างเดียวดายจนอาวุธ และอาหารเริ่มหมด หลี่หลิงเรียกประชุมทัพ และพูดว่าหากสู้ต่อ ทุกคนต้องตายหมดเป็นแน่

ดังนั้น คืนนี้ให้ทุกคนแยกกันหนีเอาตัวรอด เพื่อนำข่าวสารไปแจ้งต่อราชสำนักให้ได้ เมื่อตกลงดังนี้ ทหารทุกนายจึงแยกย้ายกันตีฝ่าวงล้อมของข้าศึกออกไป ภายใต้ความวุ่นวายเหล่านี้ รองแม่ทัพโดนสังหารตายในสนามรบ ขุนพลหลี่หลิงถูกจับตัวไป ต่อมาผู้คนจึงเอาเหตุการณ์การแตกทัพแล้วแยกย้ายหลบนี้ในครั้งนี้ มาใช้เปรียบเปรยกับกลุ่มคน องค์กร ที่เกิดการแตกแยกกันแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางนั่นเอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:溃败后,其成员各奔东西。

成語比喻:潰敗後,其成員各奔東西。

Chénɡyǔ bǐyù:Kuìbài hòu, qí chénɡyuán ɡè bēn dōnɡxī.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  ขุ้ยป้าย โห้ว, ฉี เฉิงหยวน เก้อ เปิน โตงซี

สุภาษิตเปรียบว่า: หลังจากพ่ายแพ้แล้ว สมาชิกก็แยกย้ายกันไปคนละทิศ

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

中午的钟声一响,学生们立刻如鸟兽散,一下子就跑得无影无踪了。

中午的鍾聲壹響,學生們立刻如鳥獸散,一下子就跑得無影無蹤了。

Zhōnɡwǔ de zhōnɡ shēnɡ yī xiǎnɡ,xuéshēnɡmen lìkè rúniǎoshòusàn,yīxià zi jiù pǎo dé wú yǐnɡ wú zōnɡ le.

​​โจงอู่ เตอะ โจงเฌิง อี เสี่ยง, เสวเฌิงเมิน ลี่เค่อ หยูเหนี่ยวโฉ้วซ่าน, อีเซียะ จึ จิ้ว ผ่าว เต๋อ อู๋ อิ่ง อู่ โจง เลอะ

ทันทีที่เสียงระฆังตอนเที่ยงดังขึ้น นักเรียนก็แยกย้ายกันไปเหมือนนกแตกรังทันที แค่ประเดี๋ยวเดียวก็วิ่งหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว