หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ทีนส์ทอล์กอาเ...

ทีนส์ทอล์กอาเซียน : รีวิวการเรียนแพทย์ ใน ม.สยาม

23.04.24 | 12:44 น.

ทีนส์ทอล์กอาเซียน : รีวิวการเรียนแพทย์ ใน ม.สยาม

สวัสดีค่ะ น.ส.ณัฐกานต์ เบาสูงเนิน ชั้นปี 3 นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ชั้นปี 4 ซึ่งเป็นปีแรกของชั้นคลินิก และเป็นเพียงก้าวแรกที่เริ่มเจอผู้ป่วยจริง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องผ่านการเรียนในชั้นปี 2-3 มาอย่างเข้มข้นมาก ก่อนที่จะเล่าเรื่องต่อไป พี่จบปริญญาตรีคณะเภสัชศาสตร์แล้ว

“พี่คิดว่าการเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุด อายุเป็นเพียงตัวเลขเลยน้า”

ภาพรวมของคณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม แบ่งเป็น ชั้นปรีคลินิก คือ ปี 1-3 จะเรียนที่ ม.สยาม ส่วนปี 4-6 จะเรียนที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยแต่ละชั้นปีนั้น จะมีนักศึกษาประมาณ 50 คน ดังนั้น ทั้งคณะมีนักศึกษาไม่ถึง 300 คน รวมอาจารย์แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจเลย ถ้าเดินไปทางไหน เราจะจำกันได้หมดเลย รวมไปถึงอาจารย์ คือจำนักเรียนแม่นมาก เรียกได้ทั้งชื่อเล่น และชื่อจริง พร้อมนามสกุลกันเลยทีเดียว ใครที่คิดจะโดด ใครแอบไปหลับ แอบไปเข้าห้องน้ำนาน นี่จำได้ทุกคนเลยนะ…

Advertisement

ทำให้สังคมของคณะเราที่นี่ ค่อนข้างอบอุ่นน่ารักๆ พี่ช่วยน้องๆ น้องช่วยพี่ หรืออาจารย์ก็ใจดี พยายามเข้าใจทุกเรื่อง ช่วยเหลือมากๆ เลย

การปรับตัวก่อนการเข้าเรียน ยอมรับว่าห่างหายจากกการอ่านหนังสือไปนานมากๆ ช่วงแรกๆ ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ แต่ด้วยมีประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยมาก่อน จึงใช้เวลาปรับตัวได้ไม่ยาก ก็ทำตัวเนียนๆ พอได้อยู่…น้องๆ ที่จบมัธยมมา ต้องพยายามแบ่งเวลาอ่านหนังสือดีๆ เพราะทั้งเรียนทั้งสอบไปพร้อมๆ กันเลย

วันนี้พี่จะมารีวิวถึงการเรียนของปีที่ 3 ถ้าผ่านการเรียนบล็อกของปี 2 มาอย่างสาหัสได้ ก็จะเริ่มปรับตัวกับการเรียนสลับกับสอบได้แบบชิวๆ แต่วิชาเรียนของปี 3 จะเน้นไปในเรื่องเตรียมความพร้อมก่อนไปเจอผู้ป่วยจริง อย่างเช่น ฝึกซักประวัติ ตรวจร่างกายทุกระบบ การเขียนรายงานผู้ป่วย และในแต่ละบล็อกจะมี CASE STUDY จำลองเรื่องของผู้ป่วยมาฝึกให้เราได้ฝึกคิด ฝึกซักประวัติละเอียด เพื่อใช้ในการ DIFFERENTIAL DIAGNOSIS (การวินิจฉัยแยกโรคว่าอาการของผู้ป่วยเข้ากับโรคอะไรที่น่าเป็นไปได้บ้าง)

ส่วนตัวพี่จะชอบวิชาแบบนี้มากๆ เพราะได้ฝึกคิด ฝึกการค้นหาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ได้ออกไปนำเสนอบ่อยมากๆ ใครไม่กล้านำเสนอนี่ อาจารย์จะให้ฝึกจนหายตื่นเต้นไปเลย… ยิ่งตอนสอบ OSCE ที่เป็นแลปกริ๊ง.. 5 นาทีนะ ย้ำว่า 5 นาที แต่ต้องตรวจร่างกายพร้อมซักประวัติ.. บอกเลยว่าแค่เข้าไปก็ช็อคค้าง BRAIN BLOCK ไป 1 นาทีละ ตีมือไม่ให้สั่นอีก 1 นาที…

เข้าไปจะเป็นการจำลองเคสผู้ป่วยจริง ซึ่งผู้ป่วยเป็นอาจารย์หมอ ใช่ค่ะ! สมบทบาทมากๆ รับรางวัลตุ๊กตาทองไปเลย ดังนั้น เราจึงต้องฝึกก่อนสอบเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ใน SPINAL CORD สู้ๆ ค่ะ

น้องๆ หรือเพี่อนคนไหน ที่กำลังตัดสินใจเรียน หรือกำลังจะเรียนต่อเหมือนพี่ ไม่ต้องลังเลเลย มาเรียนด้วยกันที่นี่ มีแต่ผู้ให้ความรู้ระดับต้นๆ ของประเทศ รับรองได้เลยว่าอัดแน่นไม่แพ้โรงเรียนแพทย์อื่นๆ เลย และพร้อมที่จะทำให้น้องจบออกไปเป็นแพทย์ที่ช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นจากความเจ็บป่วย