นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ ว่า ขณะนี้โรงขยายแบบขยายลายที่เกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมและงานศิลปกรรมประดับพระเมรุมาศ สร้างเสร็จแล้วโดยได้มีการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำพระโกศจันทน์และหีบพระบรมศพจันทน์ไปที่โรงขยายแบบขยายลายแล้ว และเจ้าหน้าที่บางส่วนได้ย้ายไปทำงานที่นั่นด้วยเช่นกัน คาดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยทันกับการตรวจพื้นที่ของพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะลงมาตรวจพื้นที่ที่โรงขยายแบบขยายลายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้
ด้านนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการย้ายหุ่นต้นแบบประติมากรรมบางส่วนไปที่โรงขยายแบบขยายลาย สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศนั้น หลังจากได้ข้อสรุปทั้งเรื่องรูปแบบสถาปัตยกรรม รูปงานศิลปกรรมประดับพระเมรุมาศ และรูปแบบการออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับงานสถาปัตยกรรมทั้งหมดแล้ว ก็ได้มีการเขียนแบบก่อสร้างและประมาณราคาซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จเพียงพอที่จะใช้ทำสัญญาจัดจ้างแล้ว แต่งานสถาปัตยกรรมนั้น ช่วงที่ก่อสร้างยังต้องมีการขยายองค์ประกอบประดับสถาปัตยกรรมและการขยายลวดลวยประดับซึ่งต้องทำสัดส่วนเท่าจริงหรือ 1 ต่อ 1 ดังนั้นระหว่างการก่อสร้างจึงยังต้องมีการขยายแบบสัดส่วนเท่าจริงที่โรงขยายแบบขยายแบบไปด้วย
“โดยปกติการก่อสร้างพระเมรุมาศ จะก่อสร้างโรงขยายแบบทางทิศใต้ของสนามหลวง ในโรงขยายแบบมีการขยายแบบงานศิลปกรรม งานสถาปัตยกรรมในอัตราส่วนเท่าจริงเพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการจัดทำงานศิลปกรรมประดับหรือองค์ประกอบสถาปัตยกรรมให้ได้ขนาดที่เหมาะสม งานสถาปัตยกรรมไทยมีเรื่องความสูงและมุมมอง บางชิ้นถ้าดูในกระดาษสองมิติ อาจไม่รู้สึก แต่พอเข้าไปติดตั้งจริง อาจมีขนาดไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้อง เพราะช่วงใกล้ตา จะมีขนาดใหญ่ ไกลออกไปมีขนาดเรียวเล็ก ดังนั้นจึงต้องทำขนาดเท่าจริงหรือ 1 : 1 เพื่อดูว่าเมื่อมองในระยะที่กำหนดแล้ว พระเมรุมาศหรือสถาปัตยกรรมที่ออกแบบสวยงามเหมาะสมทุกสัดส่วน อย่างการออกแบบอนุสาวรีย์ หรือพระพุทธรูป ถ้าดูข้างล่าง พระเศียรหรือองค์ประกอบที่อยู่สูงสุดอาจมีขนาดใหญ่กว่าปกติเพราะเมื่อไปติดตั้งในตำแหน่งที่ใช้งานจริง อาจจะดูเล็กเกินไป จึงต้องมีการขยายขนาดให้มีความใหญ่พอสมควร จึงอาจไม่ตรงตามสัดส่วน ในช่วงขณะก่อสร้างพระเมรุมาศก็เช่นเดียวกัน ต้องขยายแบบสัดส่วนเท่าจริงเพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสม” รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
นายกิตติพันธ์ กล่าวต่อว่า งานสถาปัตยกรรมทั้งพระเมุรมาศและอาคารประกอบ ขณะนี้มีแบบพร้อมทำสัญญาจัดจ้างแล้ว แต่ในการจัดหาผู้รับจ้าง จะต้องดูลำดับความสำคัญของงาน ไม่สามารถจัดหาผู้รับจ้างพร้อมกันในคราวเดียว เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและอาคารอยู่ในระยะที่ใกล้กันมาก จึงต้องจัดลำดับเข้าไปทำงาน มิฉะนั้นจะเกิดการกีดขวางการทำงาน แต่ทั้งหมดต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2560 โดยอาคารหลังแรกที่ต้องก่อสร้างซึ่งขณะนี้ได้เข้าไปดำเนินการแล้ว คือ พระเมรุมาศ เนื่องจากเป็นจุดที่ต้องกำหนดอาคารประกอบอื่นๆ สอดคล้องกับพระเมรุมาศ หลังกำหนดตำแหน่งพระเมรุมาศและตำแหน่งพื้นที่โดยรอบเพื่อเวียนพระบรมศพแล้ว ถึงจะกำหนดตำแหน่งอาคารประกอบอื่นๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่มีส่วนร่วมในพระราชพิธี ไม่ให้หลุดจากปริมณฑล
รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า งานนี้ต้องใช้เงื่อนเวลาเป็นสำคัญ การจะใช้ผู้รับจ้างรายใดรายหนึ่งทั้งโครงการ ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เนื่องจากแต่ละอาคารมีความสำคัญและมีขนาดใหญ่ ถ้าจะใช้คนทั้งหมด เชื่อว่าแต่ละบริษัทไม่สามารถหาแรงงานมารองรับได้ อย่างงานพระเมรุคราวที่แล้วใช้ผู้รับจ้าง 4-5 บริษัท แต่งานครั้งนี้ขนาดของพระเมรุมาศและอาคารประกอบแต่ละอาคารมีขนาดใหญ่มาก การจะใช้ผู้รับจ้างขนาดเท่าเดิมในเวลาที่อาจจะน้อยกว่าเดิม จึงไม่สามารถดำเนินการได้ จึงต้องจัดหาผู้รับจ้างเข้ามามากขึ้น ผู้รับจ้างที่เข้ามาทำงานจะเป็นผู้รับจ้างที่ทำงานกับกรมศิลปากรซึ่งเราเตรียมไว้ประมาณ 7-8 ราย ไม่นับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาที่อาจจะเข้ามาทำในส่วนของการตัดถนนใหม่และบริษัทย่อยๆ เช่น บริษัทที่จ้างมาล้อมย้ายต้นมะขาม เป็นต้น อย่างไรก็ตามงานที่มีความสำคัญที่สุด เราจะใช้ผู้รับจ้างที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้โดยตรง อย่างผู้รับจ้างก่อสร้างพระเมรุมาศซึ่งเชื่อว่าจะเข้ามาแข่งขันราคาด้วยนั้น มีประสบการณ์ในการสร้างพระเมรุมาแล้ว 5 พระเมรุ งานนี้เป็นพระเมรุที่หก ทำมาแล้วตั้งแต่สมัยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แต่ถ้าอาคารที่มีสำคัญลำดับรองลงไป เช่น ศาลาลูกขุน ทิม เป็นต้น ก็จะใช้ผู้รับจ้างที่เคยทำงานกับกรมศิลปากรและเราเห็นแล้วว่ามีศักยภาพพอและมีฝีมือเป็นที่ยอมรับ การแบ่งงานให้ผู้รับจ้างแต่ละบริษัท จะไม่แบ่งตามลักษณะอาคาร แต่แบ่งตามโซนพื้นที่ เช่น พระเมรุมาศ จะเป็นผู้รับจ้าง 1 ราย พระที่นั่งทรงธรรมกับงานปรับปรุงภูมิทัศน์ ก็เป็นผู้รับจ้างอีกราย ศาลาลูกขุนที่อยู่ด้านเหนือและด้านใต้ ก็อาจจะเป็นอีก 2 ราย ทั้งนี้เพื่อที่จะอยู่ในโซนพื้นที่ที่เราแบ่งให้ ไม่เช่นนั้นการเข้าออก การตัดกันในเส้นทางการขนถ่ายวัสดุ จะมีปัญหาได้
“ตอนนี้ยังไม่ได้จัดหาผู้รับจ้าง แต่ที่มีการก่อสร้างเทคอนกรีตที่สนามหลวงในส่วนของพระเมรุมาศและพระที่นั่งทรงธรรมไปแล้ว ก็เนื่องจากเวลาจำกัด ต้องเร่งทำเนื่องจากช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม อาจเจอฝน ถ้าเริ่มสร้างช้า จะเสี่ยงเจอฝน ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มดำเนินการไปก่อน แต่ก็ดำเนินการโดยผู้รับจ้างที่มีความพร้อม และพร้อมที่จะทำโดยไม่คำนึงว่าจะได้งานหรือไม่ เช่น ถ้าเราให้เข้าไปทำ 2 ราย คือพระเมรุมาศและพระที่นั่งทรงธรรม และเมื่อถึงเวลาที่เราให้บริษัทเข้ามาเสนอราคาแข่งขัน ถ้าหากรายที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่ได้งานจะด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ ในเชิงธุรกิจเขาก็ไปคุยกันเองว่าที่ทำแล้วมีค่าใช้จ่ายเท่าไรก็ไปหักออกเท่านั้น แต่เท่าที่คุยกับบริษัทที่เข้ามาทำ พร้อมทำทุกอย่างแม้ขาดทุนก็ยอม ทั้งนี้เรายอมเสี่ยง ไม่กังวลกับเรื่องครหาโดยเฉพาะอธิบดีกรมศิลปากรระบุว่าพร้อมที่จะถูกสอบสวนอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องการก่อสร้างต้องแล้วเสร็จทันตามกำหนด จะเสี่ยงไม่ได้ เรายอมเสี่ยงในเรื่องตัวบุคคลแต่ไม่ยอมเสี่ยงกับงานเด็ดขาด ดังนั้นจึงต้องเข้าไปเร่งสร้างก่อนที่จะเจอหน้าฝนในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ทั้งนี้ผู้รับจ้างที่มาทำกับเรามีความพร้อม และทำไปโดยไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าจะได้งานหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความมีน้ำใจส่วนหนึ่งที่ยินดีเข้าไปทำ” รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

