‘วราวุธ’ ขอบคุณ ‘พวงเพ็ชร’ กำชับพศ. ตรวจสอบปมน้องไนซ์เชื่อมจิต ย้ำ พม. ยึดดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก กำชับจนท. ทำงานรอบคอบตามกรอบกม. เหตุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณี พม. กับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดำเนินการตรวจสอบเรื่องน้องไนซ์เชื่อมจิต ว่า ต้องขอขอบคุณทางนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ประสานงานและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับทาง พม. ตนมั่นใจว่าการทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ จะสามารถแก้ไขและไขความกระจ่างให้กับสังคมได้ด้วยดี
นายวราวุธกล่าวว่า กรณีที่มีข่าวเรื่องของน้องไนซ์ และสิ่งที่สังคมกำลังมีข้อถกเถียงกันนั้น มิติที่ พม.ให้ความสำคัญจะเกี่ยวข้องกับตัวของน้องไนซ์โดยตรงว่าการดูแลตัวน้อง สวัสดิภาพทั้งกายและใจ ได้รับการดูแลมีพัฒนาการต่างๆ ที่เด็กคนหนึ่งพึงจะได้นั้น ได้รับการดูแลและสิทธิต่างๆ ที่พึงได้นั้นมีครบถ้วนหรือไม่ เช่น ได้รับการศึกษา ได้รับการดูแลให้มีพัฒนาการอย่างถูกต้องตามช่วงวัยต่างๆ ไม่ได้มีการทำร้าย บังคับจิตใจ หลอกลวงอะไรต่างๆ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ หรือแม้แต่ข้อมูลคลิป ที่ปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆ เพื่อส่งให้กับนักจิตวิทยา ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และอีกส่วนหนึ่งจะส่งข้อมูลนั้นไปยัง สถาบันสุขภาพจิตเด็ก กระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการที่เบื้องต้นประเมินก่อนว่าในประเด็นทางด้านจิตใจนั้นมีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหาทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี หรือเรียกได้ว่ามีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ก็ต้องมาดูองค์ประกอบรอบๆ ตัวของน้องไนซ์อีกครั้งหนึ่งว่ามีประเด็นใดที่เราจะต้องไขความกระจ่างให้กับสังคมได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญและต้องเน้นย้ำที่สุด คือการดูแล ปกป้องสิทธิของเด็กคนหนึ่ง และที่สำคัญคงต้องขอความร่วมมือจากผู้หลักผู้ใหญ่ทุกๆ คน ในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข สำนักพุทธฯ และหน่วยงานต่างๆ เพราะต้องเรียนว่าเราไม่ได้มีเจตนาเข้าไปจับผิด หรือจะไปดำเนินเรื่องอะไร แต่เราต้องการไขความกระจ่าง ต้องการดูแลปกป้องสิทธิเด็ก ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไขข้อกังขาที่สังคม และหลายๆ ฝ่ายมีข้อถกเถียง มีข้อสงสัยกัน และที่สำคัญคือกระทรวง พม.เรา ให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาและปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของ พม. ยึดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เพื่อดูแลเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า การที่จะใช้มาตรการต่างๆ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 นั้น ต้องดูกันในหลายมิติ ก่อนอื่นจะต้องประเมินสภาพจิตใจของตัวน้องก่อนว่า สหวิชาชีพ หรือนักจิตวิทยาประเมินออกมาแล้วเป็นอย่างไร เมื่อได้ผลออกมาแล้วทางกระทรวง พม. จะประสานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในแต่ละพื้นที่ เพราะในการทำงานนั้นทางกระทรวง พม. ไม่สามารถใช้กฎหมายแล้วดำเนินการด้วยตัวเองได้ จะต้องประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่สังคมมีความใจร้อนต้องการคำตอบเรื่องนี้ นายวราวุธกล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตใจคน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ตนได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม.ทุกๆ คนว่าในการดำเนินงานหากข้อมูลยังไม่ครบอย่าเพิ่งผลีผลาม ตัดสินใจหรือให้สัมภาษณ์สิ่งใดเพราะถ้าเราพูดออกไปแล้ว และภายหลังเกิดความจริงไม่ตรงกับสิ่งที่เราพูด ก็จะเป็นสิ่งไม่ดีกับเจ้าหน้าที่ของเรา ดังนั้น ช้าแต่ว่ามั่นใจ น่าจะปลอดภัยมากกว่าทำเร็วและพลาดในตัวสารัตถะที่สำคัญไป
นายวราวุธกล่าวว่า ขอย้ำการทำงานของเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ การจะดำเนินการตามมาตรการใดก็แล้วแต่ ขอให้ยึดกฎระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายทุกเรื่องให้ชัดเจน หากยังมีความกังขาอยู่ก็อย่าเพิ่งผลีผลาม ไม่เช่นนั้นการทำไปหากขาดกฎและระเบียบ ปัญหาจะกลับมาอยู่ที่เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเสียเอง ขอให้ศึกษากฎระเบียบต่างๆ และกฎหมายแต่ละมาตราให้ละเอียดถี่ถ้วน ครบองค์ประกอบของแต่ละมาตราหรือไม่ หากยังขาดหรือมีโอกาสที่การดำเนินการไปแล้วจะเกิดความผิดพลาด ก็ขอให้ใช้ความรอบคอบ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในหลายๆ ฝ่าย เพราะถ้าดำเนินการไปแล้วไม่ถูกต้อง ก็จะเป็นปัญหากับหน่วยงานในภายหลังได้

