หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา รายงานการศึกษ...

รายงานการศึกษา : สร้างภูมิคุ้มกัน ‘ปฐมวัย’ ลดปัจจัยเสี่ยง ‘เหล้า-บุหรี่-ติดยา’

19.05.24 | 09:42 น.

รายงานการศึกษา : สร้างภูมิคุ้มกัน ‘ปฐมวัย’ ลดปัจจัยเสี่ยง ‘เหล้า-บุหรี่-ติดยา’

เดินหน้าอย่างต่อเนื่องสู่ปีที่ 7 ในการสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง “เหล้า-บุหรี่” ในเด็กปฐมวัย ภายใต้ โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย โดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ สำนักงานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.)

ปัจจุบันมีนักสูบบุหรี่ นักดื่มเหล้าหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ในช่วงอายุ 13-15 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.96 มีนักสูบบุหรี่ นักดื่มที่มีอายุน้อยลง มีอัตราเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของการดำเนินงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไม่ให้มีปัจจัยเสี่ยง เรื่องสุรา และบุหรี่ ด้วยการพัฒนาเด็กให้มีสุขภาพดี มีทักษะชีวิต มีทักษะการคิด มีเหตุผล รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง และสามารถแยกแยะสิ่งที่ดีกับสิ่งไม่ดี รู้จักปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดี ผ่านสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบที่เด็กๆ สามารถฝึกสติผ่านการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัย

นายศรีสุวรรณ ควรขจร กรรมการกองทุน สสส.และรองประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 กล่าวว่า ระบบนิเวศของเด็กปฐมวัยไม่ซับซ้อน สามารถปลูกฝังค่านิยม หรือหลักคิดที่เรียกว่า Critical Thinking การคิดแบบประเมิน ใช้ดุลพินิจ วิเคราะห์แยกแยะได้ว่าอะไรดี หรือไม่ดี ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญมาก ประเทศต้องลงทุนกับเด็กๆ เหล่านี้ให้แข็งแรง ถ้าไม่สร้างภูมิคุ้มกันให้ เมื่อเด็กกลับสู่ระบบระบบนิเวศเดิมๆ จะถูกกลืนอยู่กับความเคยชินที่ว่า เหล้า-บุหรี่ เป็นเรื่องปกติ แต่หากเด็กมีภูมิคุ้มกัน พวกเขาจะไป Empower ผู้ใหญ่ให้ลด ละ เลิก ได้ เหล้า-บุหรี่ ได้

Advertisement

น.ส.มาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกฯ กล่าวว่า ปี 2566-2567 ได้ขยายโครงการเพิ่มในพื้นที่ 5 จังหวัด 574 แห่ง ประกอบด้วย เลย เชียงใหม่ พะเยา อุตรดิตถ์ สงขลา รวม 1,989 สถานศึกษา กว่า 5,967 ห้องเรียน จากนี้จะปรับปรุงชุดพัฒนาผู้เรียน เพิ่มประเด็นยาเสพติด ทำคู่มือการดำเนินงานจัดกิจกรรมปลูกพลังบวกฯ และขยายสถานศึกษาเครือข่ายเพิ่ม รวมถึง พัฒนากลไกคณะทำงานในระดับภูมิภาค สร้างเครือข่าย ส่งเสริมสถานศึกษาเดิมให้มีคุณภาพ และยกระดับเป็นสถานศึกษาต้นแบบ และแหล่งเรียนรู้

ล่าสุด ได้จัดงานอบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ” ครูปฐมวัย และผู้บริหารสถานศึกษา ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ ที่ จ.น่าน มีสถานศึกษา 8 แห่ง จาก จ.น่าน 1 แห่งจาก จ.แพร่ มีครูเข้าร่วม 450 คน

นางมาลี นวนแปง ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองน่าน (ศพด.ทม.น่าน) ซึ่งบูธได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้เข้าร่วมงาน เล่าว่า ดีใจมากๆ กับสิ่งที่ตั้งใจออกแบบพัฒนาสื่อการเรียนรู้มาโชว์ และแชร์ครั้งนี้ พยายามคิดรูปแบบให้เด็กสนุกสนาน เช่น มหัศจรรย์ไฟสัญญาณ เด็กๆ จะชอบมาก จะมีแผ่นตารางรูปเหล้า บุหรี่ ผัก ผลไม้ ท๊อฟฟี่ ฯลฯ พอเด็กเดินไปที่ช่องเหล้า จะกดไฟแดง ห้ามกิน เพราะเป็นอันตราย ผัก ผลไม้ ไฟเขียว กินได้ และท๊อฟฟี่ ไฟหลือง เด็กจะรับรู้ว่ากินได้ แต่ไม่ควรกิน เพราะฟันผุ เราจะสอนแบบซ้ำๆ ทุกวัน ทำอย่างเข้มข้นต่อเนื่องอย่างน้อย 21 ครั้ง จะเกิดผล พฤติกรรมเหล่านี้จะติดตัวเด็กไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ขณะที่ น.ส.จิรภา เทียนทองมงกล โรงเรียนวัดบ้านหล่า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สฟบ.ชม.เขต 2) กล่าวว่า โรงเรียนเพิ่งเข้าโครงการ และผู้บริหารให้ความสำคัญ บรรจุเข้าในแผนการศึกษาฉบับเพิ่มเติมของโรงเรียน ตอนแรกนำชุดสื่อการสอนของโครงการมาใช้ ต่อมาพัฒนาเอง จากนี้จะผลิตสื่อให้หลากหลายมากขึ้น ขณะนี้มีสื่อการสอนเองเรียกว่า “จิรภาโมเดล” เตรียมขยายผลไปยังศูนย์เด็กเล็กรอบๆ โรงเรียน และมีแผนจะขยายไปยังโรงเรียนบนดอย

พร้อมทิ้งท้ายถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าอยากให้สนับสนุนคุณครูทุกโรงเรียนที่มีเด็กเล็ก ไม่ใช่แค่โรงเรียนที่สนใจเขาร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัยฯ แต่เป็นนโยบายที่เข้าถึงทุกโรงเรียนที่มีเด็กปฐมวัย

ตารางสรุปการจัดประเพณีสงกรานต์ รวม 76 จังหว