หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ธนะศักดิ์เผยก...

ธนะศักดิ์เผยการก่อสร้างพระเมรุมาศก้าวหน้ากว่ากำหนด คาดเสร็จภายใน 30 ก.ย.

9.02.17 | 18:07 น.

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรรายงานความคืบหน้าการก่อสร้าง

โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ ตรวจพื้นที่โดยรอบบริเวณก่อสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ พร้อมทั้งตรวจการดำเนินงานขยายแบบสถาปัตยกรรม การขยายลายพระโกศจันทร์ รวมทั้งงานศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ ซึ่งกรมศิลปากรได้สร้างกลุ่มอาคาร จำนวน 4 หลัง ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ ประกอบด้วย อาคารโรงขยายแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคาร ว่า “วิธานสถาปกศาลา” อ่านว่า วิ-ทา-นะ-สะ-ถา-ปะ-กะ-สา-ลา วิธาน แปลว่าการตระเตรียม สถาปก แปลว่าเกี่ยวกับอาคาร รวมแปลว่า อาคารเตรียมแบบสถาปัตยากรรมและทรงวาดลายเส้นประเดิมลายกระจังปฏิญาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คณะช่าง อาคารดังกล่าวจะใช้ในการขยายแบบเท่าจริง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณี นอกจากนี้ ยังมีอาคารผลิตงานศิลปกรรมและประณีตศิลป์อีก 3 หลัง ได้แก่ อาคารจัดสร้างพระโกศจันทน์ อาคารปั้นหล่อประติมากรรม และอาคารเขียนสีและตกแต่งองค์ประกอบ

ธนะศักดิ์

จากนั้นเวลา 10.30 น. พล.อ.ธนะศักดิ์พร้อมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ได้เดินทางไปยังโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อตรวจการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ก่อนจะประชุมสรุปรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานและแถลงข่าวที่โรงละครแห่งชาติ(โรงเล็ก)

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า การก่อสร้างพระเมรุมาศมีความก้าวหน้ากว่าที่กำหนดไว้ โดยคาดว่าจะเสร็จภายในกำหนดการที่วางไว้วันที่ 30 ก.ย. แน่นอน ส่วนอาคารในมณฑลพิธีที่เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว ได้แก่ พระเมรุมาศ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเทคอนกรีต ส่วนโครงสร้างเสาเหล็ก พระเมรุมาศอยู่ระหว่างดำเนินการจากโรงงาน ซึ่งพร้อมสำหรับพิธียกเสาเอกในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนพระที่นั่งทรงธรรม ได้วางฐานรากผูกเหล็กเรียบร้อยเกือบทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเทคอนกรีต อาคารประกอบอื่นๆ ที่เริ่มเข้าดำเนินการแล้ว ได้แก่ ศาลาลูกขุนด้านทิศใต้ อยู่ในขั้นตอนการปรับระดับพื้นเพื่อเตรียมวางแผ่นฐานรากอาคารต่อไป ทั้งนี้โครงสร้างของพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ใช้โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ โครงหลังคาใช้ระบบโครงสร้างเหล็ก เสาหลักของพระเมรุมาศทั้ง 4 มุม ใช้โครงสร้างเหล็กประกอบตามรูปทรงที่กำหนดในงานสถาปัตยกรรม ระบบของโครงสร้างดังกล่าวสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วและง่ายต่อการรื้อถอน ซึ่งวิศวกรได้วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างให้สามารถรับน้ำหนักอาคารและแรงกระทำต่างๆ โดยคำนวนอัตราส่วนความปลอดภัยหรือ safety factor ประมาณ 2 เท่า เพื่อความมั่นคงแข็งแรง และรับแรงสั่นสะเทือนจากแรงลม รวมถึงน้ำหนักการต้านลมของยอดพระนพปฎลเศวตฉัตรและพระวิสูตรหรือม่านขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัย

Advertisement

“ส่วนราชรถปืนใหญ่อัญเชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช จากพระบรมมหาราชวังสู่พระเมรุมาศ และเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ ที่จะมีการจัดสร้างขึ้นใหม่นั้น ออกแบบเขียนแบบโดย นายชนะโยธิน อุปลักษณ์ สำนักช่างสิบหมู่ และดำเนินการจัดสร้างร่วมกันระหว่างกรมศิลปากรและกรมสรรพาวุธทหารบก พระโกศทองคำลงยาประดับรัตนชาติทรงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีด้วยกัน3 แบบ ได้แก่ พระโกศทรงพระบรมอัฐิที่จะนำไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นพระโกศ ทองคำลงยาประดับเพชร 9 เหลี่ยม ออกแบบโดย นายอำพล สัมมาวุฒธิ พระโกศทองคำลงยาประดับพลอย 8 เหลี่ยม มีจำนวน 4 องค์ ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ออกแบบโดย นายณัฐพงศ์ ปิยมาภรณ์ และพระโกศทองคำลงยาประดับพลอย 8 เหลี่ยม ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ออกแบบโดย นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร ซึ่งลักษณะโดยรวมเป็นไปตามแบบอย่างของพระโกศพระบรมอัฐิและพระโกศพระอัฐิที่มีการสร้างสืบต่อกันมาตามพระราชประเพณี การดำเนินงานจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่กำหนดไว้คณะกรรมการฯมีความพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี การก่อสร้างจะไม่ล่าช้าแน่นอน นี่คือราชประเพณีหนึ่งเดียวในโลก โดยยังรักษาทั้งระบบไว้อย่างดั้งเดิม” พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าว