จากกรณีเกิดเพลิงไหม้ประตูวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จนมีการตั้งคำถามถึงคุณค่าที่ไม่อาจประเมินได้ของสถาปัตยกรรมเก่าแก่
“มติชนออนไลน์” จึงนำข้อมูลโดยสังเขปของวิหารดังกล่าวมาให้อ่านกัน ดังนี้
พระวิหารวัดราชบพิธ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ขององค์เจดีย์ประธาน มีรูปแบบเดียวกันกับพระอุโบสถทั้งภายนอกและภายใน แต่บานประตูหน้าต่างเป็น “ไม้จำหลักลวดลายดวงตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์”
หน้าบันจำหลักผูกลายพระเกี้ยวประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าเหนือช้าง 7 ช้าง หน้าบันมุขเด็ดจำหลักรูปนารายณ์ทรงครุฑแต่ขนาดย่อมกว่าพระอุโบสถ
ผนังภายในพระวิหารคล้ายพระอุโบสถ ต่างกันที่ห้องในสุดของพระวิหารไม่ได้ทำเป็นกรอบอย่างหลังพระประธานในพระอุโบสถ ผนังวิหารเดิมทาสีขาวเรียบ ไม่มีลวดลายอย่างในปัจจุบัน
ต่อมา เมื่อมีการบูรณปฏิสังขรณ์ในรัชกาลที่ 9 เมื่อ พ.ศ.2525 จึงประดับลวดลายปูนปั้น และใช้สีภายในเป็นสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพของรัชกาลที่ 5 เนื่องจากเป็นวัดประจำรัชกาล
ในวิหาร มีชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพระนามว่า “พระพุทธประทีปวโรทัย”
สัปตปฏลเศวตรฉัตรที่กางกั้นเหนือพระพุทธรูปในวิหาร เป็นสัปตปฎลที่กางกั้นเหนือพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชินี หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จมาทรงยกกางกั้นเหนือองค์พระพุทธรูป
วิหารแห่งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะล้วนประกอบขึ้นด้วยสิ่งอันทรงคุณค่าหลากยุคสมัยที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของคนไทยที่มิอาจประเมินค่าเป็นตัวเลข
ภาพและข้อมูลจากหนังสือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามประจำรัชกาลที่ 5





