ปลัดศธ. กำชับ พสน. ทุกสังกัด ทำงานเชิงรุก ‘ปลูกฝัง ป้องกัน ป้องปราม’ ดูแลน.ร.
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดโครงการเปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย สู่วิถีเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารภาคีเครือข่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ศธ. พร้อม พสน. เครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ ผ่านระบบ Zoom meeting
ปลัด ศธ.กล่าวว่า โครงการนี้มีความสำคัญในการสร้างการรับรู้ และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่คุ้มครอง ดูแล ช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาให้มีความประพฤติที่เหมาะสม ตลอดจนสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างมีความสุข จากรูปแบบกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้ เป็นการส่งนิมิตหมายที่ดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชน ได้เกิดความมั่นใจว่าบุตรหลานจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ในการเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน และมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องสอดส่องดูแล คุ้มครองป้องกันให้นักเรียนนักศึกษามีความประพฤติที่เหมาะสม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ทุกคนทุกสังกัดที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ประจำแล้ว ยังถือเป็นผู้เสียสละเวลา และนำความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชน เพื่อให้กลับเข้าสู่กระบวนการเรียนอย่างปลอดภัยตลอดทั้งปีการศึกษา จากข่าวที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าภัยคุกคามสามารถส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียน ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาหลากหลายช่องทาง
“เหตุการณ์เมื่อช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญในการป้องกันและช่วยดูแล ทั้งการดูแลยานพาหนะ การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎวินัยจราจรแก่ผู้รับผิดชอบการในการขับขี่ รวมถึงการดูแลนักเรียนที่เดินทางด้วยตัวเอง ให้ความรู้ในการปฏิบัติตามกฎจราจร การสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกันในโรงเรียนหรือสถานศึกษาก็ต้องมีการดูแลอย่างเคร่งครัด อาทิ ความปลอดภัยจากการใช้เครื่องมือในการเรียน ความปลอดภัยจากอาคารสถานที่ และความปลอดภัยในการรับสารและการสื่อสารจากโลกออนไลน์” ปลัด ศธ.กล่าว
นายสุเทพกล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าในช่วงปีการศึกษาที่ผ่านมา มีเด็กที่ถูกล่อลวงจากภัยทางออนไลน์ไซเบอร์ ดังนั้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเพิ่มกระบวนการป้องกันและการเรียนรู้เพื่อการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น และอีกประเด็นที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญคือ ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า ศธ.เองก็มีการสั่งการให้กวดขันอย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้นักเรียนทุกคนของ ศธ. ปลอดภัยจากภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

“พสน.ทุกคน ต้องใช้บทบาทหน้าที่รวมทั้งหัวใจเข้าไป “ปลูกฝัง ป้องกัน ป้องปราม” เพื่อดูแลนักเรียนและนักศึกษาให้มีความปลอดภัยทั้งทางกายและทางจิตใจ บรรลุเป้าหมายของนโยบายในภาพรวมที่กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ขอให้ร่วมกันขับเคลื่อน ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของ รมว.ศธ. “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นคนดี มีความปลอดภัย มีทักษะชีวิตพร้อมในโลกศตวรรษที่ 21 มีพฤติกรรมที่ดีและเหมาะสม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข สิ่งสำคัญที่สุดคือสามารถดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติต่อไป” ปลัด ศธ.กล่าว
ในการนี้ ศูนย์เสมารักษ์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นหน่วยงานกลางในการจัดดำเนินงานและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมี พสน.ศธ. และเครือข่าย (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักเทศกิจ สำนักการศึกษา กรุงเทพฯ) ร่วมออกตรวจตรานักเรียน นักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมตามจุดเสี่ยง อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่ ร.ร.ศรีอยุธยาฯ ร.ร.สันติราษฎร์วิทยาลัย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ใต้สะพานพระราม 8 ร.ร.วัดบวรมงคล ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และพื้นที่จุดล่อแหลมทั้งสถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

