เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมมอบนโยบายคณะกรรมการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) โดยมีนายเธียรชัย ณ นคร ประธานคณะกรรมกรรมการสทศ. นางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการ สทศ. คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสทศ. ผู้บริหารศธ. เข้าร่วม ว่า การประชุมครั้งนี้เหมือนเป็นการปฐมนิเทศ เพื่อวางแนวทางการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ ในการทำงานอย่าพยายามทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะมีทั้งเรื่องที่รู้และไม่รู้ อยากให้ทุกคนต้องเปิดโลกทัศน์เรียนรู้ในสิ่งที่ทำงาน อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. แล้ว ความคิดเกี่ยวกับสทศ. เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ เพื่อทบทวนนโยบายที่ตนได้เคยมอบหมายไปแล้ว โดยขอให้ไปทบทวนวัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ของสทศ. ว่ามีอะไรบ้าง โดยต้องคิดนอกกรอบจากสิ่งที่ทำมา ว่ามีอะไรบ้างที่สามารถดำเนินการได้ เช่น การประสานงานระหว่างหน่วยทดสอบ ที่สามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้ เป็นต้น
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันขอให้ไปดูที่มาของรายได้หรืองบประมาณ ซึ่งทุกวันนี้ที่มาของรายได้ จะรอเงินงบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก แต่ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า งบประมาณของประเทศชาติ มีอยู่ค่อนข้างจำกัด ในการดำเนินการจัดทดสอบ ดังนั้นจึงอาจต้องไปดูความร่วมมือกับภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีรายได้ ที่ต้องการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ ซีเอสอาร์ เข้ามาร่วมดำเนินการพัฒนาการทดสอบ รวมถึงการทำวิจัยและพัฒนาด้วย และอาจจะต้องทำหนังสือถึงกรมกรมสรรพากร เพื่อขอพิจารณาลดหย่อนภาษีให้กับเอกชน ที่มีการบริจาคเงินเพื่อพัฒนาการศึกษา ให้ได้เป็น2 เท่า
“การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นนิติมิตนหมายอันดีที่จะมาร่วมมือกันทำงาน เชื่อว่าสทศ. ยุคใหม่จะช่วยพัฒนาการศึกษา ซึ่งจะมีการทรานฟอร์มสทศ. พัฒนากระบวนการทดสอบ นำกระบวนการวิจัยและพัฒนา บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพัฒนาการทดสอบทางการศึกษา ให้มีคุณสภพมากยิ่งขึ้น และจะนำผลการทดสอบไปพัฒนาการจัดการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น และอยากให้ทุกโรงเรียนที่มีการทำสอบนำผลการทดสอบไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม ปรับปรุงการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว
นายเธียรชัย กล่าวว่า สทศ. ต้องปรับบทบาทการทำงานเพิ่มเติม จากภารกิจ ที่ดำเนินการอยู่ โดยตนได้ขอให้สทศ. ไปวิเคราะห์การดำเนินการในแต่ละมิติ และการจัดทดสอบในสถานศึกษาแต่ละสังกัด ทั้งโรงเรียนสังกัดศธ. สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงมหาดไทย( มท.)เป็นต้น เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายการทำงานได้ตรงตามเป้าหมาย

