นักวิชาการ ชี้ วช.ทุนวิจัยค้างส่งมากสุด แนะเงินเหลือคืนหลวง อย่าเก็บไว้

28.05.24 | 14:19 น.

นักวิชาการ ชี้ วช.ทุนวิจัยค้างส่งมากสุด แนะเงินเหลือคืนหลวง อย่าเก็บไว้

วันที่ 28 พฤษภาคม ศ.ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ศาสตราจารย์อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร” เรื่องการขอทุนทำวิจัย ของนักวิจัย โดยได้ตั้งคำถามถึงการให้ทุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) มีเนื้อหาต่อไปนี้

ทำไมขอทุนวิจัยได้ตลอด?

มีอาจารย์ใหม่ๆทั้งที่เป็นอดีตลูกศิษย์และทำงานที่เดียวกัน หรือเป็นอาจารย์รุ่นใหม่ต่างสถาบัน ได้สอบถามว่า อาจารย์ทำอย่างไรจึงได้ทุนวิจัยตลอด

สิ่งแรกที่ผมต้องแจ้งให้ทุกคนทราบคือ ผมได้รับทุนวิจัยจากเกือบทุกแหล่งทุนทั้งของภาครัฐและของบริษัทต่างชาติ

Advertisement

ยกเว้นหน่วยงานเดียวที่ผมไม่เคยขอคือ “วช.”

หากลองค้นข้อมูลจะพบว่า ทุนวิจัยที่ค้างส่งหรือไม่เสร็จตามกำหนดมากที่สุดก็น่าจะเป็นทุนของ วช.

ถ้าไม่เชื่อ ไปลองตรวจสอบได้เลยครับว่า เขาแยกแยะได้ไหมว่า โครงการวิจัย และโครงการบริการวิชาการต่างกันอย่างไร ??

เอ้า..เข้าเรื่องเสียที..มีอาจารย์หลายท่านที่ขอทุนวิจัยไม่เคยได้สักที ก็มาปรึกษาผม และผมก็เสนอแนะให้เปลี่ยนมุมมองการทำวิจัยใหม่ ปรากฏว่า ก็ได้ทุนกันทุกคน ..บางคน แค่ใส่ชื่อผมเป็น ผู้ร่วมวิจัย เท่านั้น

ปรากฏว่า กรรมการพิจารณาทุนจากที่ให้แก้มา 2-3 รอบ ก็ให้ผ่านเลย

นักศึกษาที่เรียนกับผมมาก็จะรู้ว่า ผมค่อนข้างโหดและละเอียดมาก ขณะเดียวกันชื่อเสียๆของผมนี้ กลับเป็นสิ่งที่แหล่งทุนชอบเพราะ จะโทรมาประจำว่า อาจารย์อภิรัฐขา สนใจทุนนี้ ทุนนั้นไหม ค่ะ

ขอบอกความลับที่สำคัญ
1. ข้อเสนอโครงการต้องดีและเกิดประโยชน์ : การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยต้องชัดเจนว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลกนี้ ..ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทั้งในเชิงสังคม เศรษฐกิจ หรือ วิชาการของประเทศ
2. มีความรับผิดชอบสูง: ต้องส่งงานให้ครบและตรงเวลาที่เรารับปากเขาไว้ ..หลายคนรับทุน 1 ปี ทั้งๆที่รู้ว่ามันทำไม่ได้ ซึ่งก็ไม่ดีเลย..แต่แน่นอนครับ ปัญหาระหว่างทาง ก็ต้องแก้ไขไปเรื่อยๆ เช่น จู่ๆ นักศึกษาที่ช่วยทำวิจัยป่วยกระทันหัน ..ดังนั้น ผมต้องเตรียม Risk Management ไว้ล่วงหน้า โดยที่นักศึกษาช่วยทำวิจัยไม่ทราบ
3. มีความซื่อสัตย์สุจริต: ผมจะบอกลูกศิษย์ ป โท-เอก ทุกคนว่า หากเงินทุนวิจัยเหลือก็ให้คืนหลวง เช่น ลูกศิษย์ ป เอก คนนึงได้ทุนการศึกษา แต่สำเร็จการศึกษาเร็ว ผมก็บอกให้คืนเงินเขาไป ถ้าผมจำไม่ผิดก็เกือบๆล้านบาท ..จนเจ้าหน้าที่ของแหล่งทุนนึงบอกว่า เขาจำชื่ออาจารย์ได้ดีเพราะมีไม่กี่คนที่คืนเงินทุน ซึ่งมันทำให้เขามีภาระมากขึ้น ทั้งๆที่เขาก็แนะนำให้ผมใช้เงินให้หมด ซึ่งสามารถทำได้และไม่ผิดระเบียบอะไรเลย แต่ผมก็ยืนยันที่จะคืนเงิน..อย่าลืมว่า เงินหลวง กินแล้วมีความร้อนเหมือนตกนรก

หากถามว่า ปัจจุบันผมยังขอทุนวิจัยไหม ..ก็ตอบได้เลยครับว่า “ไม่” เพราะตั้งแต่มีกระทรวง อว. ปี 2563 เป็นต้นมา นั้น

1. โครงสร้างการวิจัยของประเทศมีความซับซ้อนมาก : จนกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ได้หารือกับผม เพื่อขอรับการสนับสนุนจาก อว. ในการขยายการลงทุน. …หมดหนทางการเข้าถึง เพราะ ทุกหน่วยงานเล่นลิงโยนบอลกันไปหมด

2. ขาดองค์กรที่สร้างนวัตกรรม : เพราะผู้สร้างงานวิจัยระดับพื้นฐานหรือระดับห้องทดลอง (TRL1-6) คือสถาบันอุดมศึกษา ….แต่พอจะเป็นระดับเข้าสู่เชิงพาณิชย์ (TRL7+) กลับยังให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการเอง …ไปตรวจดูก็ได้ครับว่า ไม่มีมหาวิทยาลัยใดในโลกที่เป็นผู้ผลิตสินค้ามาขายเองหรอกครับ

3. ระบบเบิกจ่ายที่ย้อนไปยุค พ.ศ.2499 อันธพาลครองเมือง : ซึ่งทำให้การทำงานวิจัยติดขัดมาก ..ผมเองเคยเสนอ กรรมการสรรหา ผอ. สกสว. ว่า ควรมี 2 ระบบ คือ ระบบให้ทุนวิจัยแบบเดิม และระบบจ้างทำวิจัย ที่ให้เงินวิจัยแบบเหมาจ่ายแต่ต้องส่งงานตามสัญญา และมีระบบปรับเบี้ย …แต่ก็ไม่เกิดผลอะไร

..เฮ้อ..ประเทศไทย
#ให้กำลังใจอาจารย์รุ่นใหม่นะครับ