สุรศักดิ์ พร้อมรับม็อบชุดดำ ยันพร้อมดูแลความก้าวหน้า คุรุสภาดันแก้ระเบียบ เพิ่มโอกาสสมัครผอ.ร.ร.ได้

30.05.24 | 13:55 น.

‘สุรศักดิ์’ พร้อมรับม็อบชุดดำ38 ค (2) ยันพร้อมดูแลความก้าวหน้า คุรุสภาดันแก้ระเบียบ เพิ่มโอกาสสมัครผอ.ร.ร.ได้

กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศ กว่า 200 คน นัดรวมตัวแต่งชุดดำ วันที่ 31 พฤษภาคม เพื่อเดินทางไปที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ในฐานะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมกับเดินทางไปสภา เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีระบบวิทยฐานะเหมือนกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ แม้จะอยู่ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเดียวกัน แต่ได้กำหนดให้ 38 ค (2) ไปใช้ระเบียบ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)โดยอนุโลม ซึ่งทาง ก.พ.ไม่ได้กำหนดตำแหน่งและระดับขั้นต่างๆ ไว้ให้ด้วย พร้อมกับให้ใช้กรอบอัตรากำลังคนแทน จึงเกิดความลักลั่นขึ้น เพราะเมื่อใช้ พ.ร.บ.เดียวกัน ควรใช้ระบบเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เช่น ศึกษานิเทศก์ มีวิทยฐานะ สามารถเติบโตได้ด้วยผลงาน แต่เมื่อเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) กลับถูกล็อกด้วยกรอบอัตรากำลัง นั้น

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวว่า ส่วนตัวยินดีเข้าพบและพูดคุยกับกลุ่ม 38ค(2) โดยทางว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว ว่า เบื้องต้น การสื่อสารมีความคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามส่วนตัวเข้าใจว่า ทางบุคลากรมีข้อกังวลเรื่องความก้าวหน้า ซึ่งในหลายเรื่อง ศธ. พยายามปรับแก้ หากไม่ติดขัดในข้อกฎหมาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกศธ.

“ผมยินดีพูดคุย แต่อยากให้ส่งตัวแทนเข้าพบ ไม่อยากให้มากันเยอะๆ เพราะจะเสียเวลาราชการ อีกทั้งยังขอให้แต่งชุดปกติที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องแต่งดำ ชุดอะไรก็สามารถพูดคุยกันได้ ในส่วนของปัญหาต่าง ๆนั้น ศธ. รับทราบมาโดยตลอดและพยายามหาแนวทางแก้ไขในทุกเรื่องที่เสนอมา อะไรที่ทำได้ ก็ยินดีทำให้ ส่วนอะไรที่ทำไม่ได้ ก็จะได้อธิบาย เพราะอาจจะติดข้อจำกัดของหน่วยงานอื่นด้วย ผมเองเข้าใจว่า ภาระงานของกลุ่ม38 ค(2) หนักขึ้น ตั้งแต่จัดตั้งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) มีการโอนอัตรากำลังไปศธจ. ต่อมาได้คืนงานที่เคยให้ ศธจ.ดูแลกลับมาให้เขตพื้นที่ฯ แต่กลับไม่คืนกำลังคนให้ด้วย ทำให้เกิดปัญหา เพราะงานของเขตพื้นที่ฯเพิ่มขึ้น แต่กำลังคนที่ทำงานน้อย เรื่องนี้ทุกคนเห็นใจ ทุกคนทราบปัญหา และพร้อมช่วยแก้ไข” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ด้านนางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า ทางคุรุสภา จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่อง คุณสมบัติการของผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับแก้ระเบียบและข้อบังคับ ซึ่งเดิม กำหนดไว้ว่า จะต้องมีประสบการณ์บริหารสถานศึกษา มาเป็น มีประสบการณ์บริหารในหน่วยงานทางการศึกษา ซึ่งหมายรวมถึงเขตพื้นที่ฯ เพื่อเปิดกว้างให้บุคลากรทางการศึกษาในกลุ่ม 38ค(2) ที่มีประสบการณ์ และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาก่อน สามารถที่จะขอรับใบอนุญาตฯผู้บริหารสถานศึกษาและมีโอกาสไปสมัครสอบบรรจุเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้

Advertisement