บิ๊กอุ้ม รุกแก้หนี้ครูกว่า 9 แสนราย ออมสิน นำร่อง 2 พันล้าน ปล่อยกู้สหกรณ์ รีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาส่งเสริมความร่วมมือและสร้างความเข้าใจการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยประธานกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีครูและบุคลากรของ สพฐ. เป็นสมาชิกทั่วประเทศ 100 แห่ง และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า นโยบายการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเป้าหมายเพื่อให้ครูและบุคลากรฯ สามารถพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้เห็นผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ใช้ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร จะทำให้ครูและบุคลากรมีสภาพคล่องทางการเงิน มีขวัญ กำลังใจ และมีสมาธิจดจ่อในการแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียน รวมทั้งสามารถวางแผนพัฒนาตนเองได้อย่างดี อีกทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินทั้งภาคประชาชน และบุคลากรภาครัฐ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เห็นผล โดยการแก้ปัญหาหนี้สินจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาสังคมในภาพรวมไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครูและบุคลากรฯ ทั้งข้าราชการประจำ ข้าราชการบำนาญ และลูกจ้าง กว่า 9 แสนคน รวมถึงครอบครัวของครูและบุคลากรฯ หลายล้านคน มีสหกรณ์เป็นที่พึ่งทั้งฝากออม กู้เพื่อการลงทุน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดูแลตนเองและครอบครัว ส่งบุตรหลานเล่าเรียน การบริหารของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงจรชีวิตครูและบุคลากรฯ ดังนั้น การบริหารของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จึงเป็นกลไกสำคัญ ในกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูของศธ.
รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า วันนี้มีการนำร่องความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดกาญจนบุรี โดยการให้ดอกเบี้ยสินเชื่อในการรวมหนี้ในอัตราร้อยละ 2.88 ต่อปี ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท เนื่องจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนึ่งอาจมีหนี้หลายที่ และมีอัตราดอกเบี้ยสูง การรวมหนี้มาไว้ที่เดียวในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดี
เชื่อว่าทุกสหกรณ์มีความพยายามที่จะบริหารในการลดดอกเบี้ย ซึ่งก็ต้องดูต้นทุนด้วย และจากที่ได้คุยกับนายกิตติรัตน์ ก็แนะนำว่าการจะแก้ปัญหาหนี้สินครูฯได้ดีต้องหาแหล่งสินเชื่อให้สหกรณ์ ซึ่งตนและ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. รวมถึงคณะผู้บริหารศธ.ก็พยายามหาแหล่งสินเชื่อเพื่อมาช่วยลดดอกเบี้ยอยู่ โดยตนได้ขอดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 2 ต่อปีเป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งถ้าได้จะทำให้สหกรณ์สามารถไปบริหารจัดการลดดอกเบี้ยให้ครูฯได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ความร่วมมือของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่จะเกิดขึ้นจากการสัมมนาในวันนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรในระยะยาว ซึ่งเป็นทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นใหม่ โดยเป้าหมายสำคัญคือ ให้ครูและบุคลากรมีเงินเดือนเหลือสุทธิมากกว่าร้อยละ 30 ซึ่งหากครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็งในการไขปัญหาหนี้สินของตนเอง เชื่อว่าจะทำให้สามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว




