หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สุกรี เจริญสุ...

สุกรี เจริญสุข เผยคนเมืองเพชรฯ สุดเสียดาย ยกเลิกแสดง กันตรึม ของ น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ หลังผู้บริหารอุทยานฯ ศรีเทพ บอกไม่ใช่วัฒนธรรมในพื้นที่

3.06.24 | 08:15 น.

สุกรี เจริญสุข เผยคนเมืองเพชรฯ สุดเสียดาย ที่ยกเลิกแสดง กันตรึม ของ น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ หลังผู้บริหารอุทยานฯ ศรีเทพ บอกไม่ใช่วัฒนธรรมในพื้นที่ ทั้งที่วัฒนธรรมหมอผีมีทุกพื้นที่ ชี้ไทยมีเพลงพื้นบ้าน 4 หมื่นเพลง แต่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้มีอำนาจ ทั้งที่คือซอฟต์พาวเวอร์ของจริง

นายสุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เปิดเผยว่า กรณีที่ตนเตรียมจัดการแสดงกันตรึม ของ น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ มรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 มิถุนายน แต่ได้รับการแจ้งจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพว่าการแสดงกันตรึมไม่ใช่วัฒนธรรมในพื้นที่นี้ ซึ่งหมายถึงวัฒนธรรมทวารวดี ตนจึงขอถอนการแสดงออก และย้ายการแสดงไปที่พาสาน ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ แทน โดยต้องเขียนเพลงใหม่ทั้งหมด เกี่ยวกับแม่น้ำ 2 สี เป็นเรื่องเกี่ยวกับเมืองปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ขณะนี้ได้เขียนเพลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว

นายสุกรีกล่าวอีกว่า การที่ตนนำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าไปจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ เพราะเมื่อพูดถึงวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า ส่วนใหญ่จะนึกถึง เบโธเฟน เป็นต้น จึงคิดว่าแล้วเพลงไทยทำเป็นเพลงคลาสสิกได้หรือไม่ เพราะจะต้องเป็นงานเขียนที่ละเอียด และบรรเลงโดยนักดนตรีที่มีฝีมือ อีกทั้ง ถูกจำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ ในโรงละคร หรือสถานที่แสดงคอนเสิร์ต คนไปดูต้องจ่ายค่าบัตร และต้องแต่งตัวดีๆ เมื่อออกจากมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เมื่อปี 2560 จึงได้ตั้งวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า และไปจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ มากกว่า 20 ครั้ง จากนั้นนึกถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จึงได้ไปสำรวจ และติดต่อผ่านอดีตอธิบดีกรมศิลปากร รวมถึง ผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ซึ่งได้ช่วยประสานกับนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อขออนุญาตจัดการแสดง และได้รับอนุญาตให้ไปจัดการแสดงแล้ว ที่เลือกจัดแสดงกันตรึม และเลือกน้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ เพราะเสียงดี และเป็นหมอผี

“ผมเป็นคนเลือกที่จะจัดแสดงกันตรึมเอง เพราะมองว่าอุทยานฯ ศรีเทพ เป็นอุทยานสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทั้งของไทย และของโลก โดยมีมาก่อนสุโขทัย อยุธยา ลพบุรี เป็นเมืองทางประวัติศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2566 โดยผมได้ไปสำรวจมาแล้ว 3 ครั้ง และได้ประสานกับอดีตอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการแสดง ซึ่งการแสดงที่ผ่านๆ มา ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี เช่น ไปจัดแสดงที่สุโขทัย ก็ใช้เพลงสุโขทัย ไปแสดงที่นครศรีธรรมราช ก็ใช้เพลงนครศรีธรรมราช หรือไปแสดงที่ลพบุรี ก็ใช้เพลงเกี่ยวกับวังนารายณ์ เป็นต้น การแสดงแต่ละครั้ง ก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ มีระดับรัฐมนตรีมาดู การจัดแสดงแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณ 3-4 ล้านบาท ส่วนที่บอกว่าการแสดงกันตรึมไม่ใช่วัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงทวารวดีนั้น ผมก็บอกผมไม่รู้ เกิดไม่ทัน แต่วัฒนธรรมหมอผีมีอยู่ ทั้งผีมอญ ผีเม็ง ผีมด แต่เมื่อไม่ให้แสดง ผมก็ยกเลิก ไม่ไป ซึ่งมีชาวเพชรบูรณ์จำนวนมากบอกว่าเสียดายที่การจัดแสดงถูกยกเลิกไป” นายสุกรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) หรือปลัด วธ.เพื่อหารือเรื่องนี้หรือไม่ นายสุกรี กล่าวว่า ไม่คุยแล้ว หักดิบเลย ตนจะไปจัดแสดงที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหารอุทยานฯ อีกทั้ง คิดว่าหากจะไปจัดการแสดงที่ไหน ควรจะไปอย่างมิตรดีกว่า หรือถ้าจะต่อสู้ ก็ขอต่อสู้ในเชิงวัฒนธรรมจะดีกว่า

Advertisement

นายสุกรีกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากที่ได้เดินทางไปจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ พบว่าเพลงพื้นบ้านของไทยมีมากกว่า 3-4 หมื่นเพลง แต่ไม่ได้ถูกทำให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ทั้งๆ ที่เพลงพื้นบ้านเหล่านี้คือซอฟต์พาวเวอร์ของจริง ส่วนจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ วธ.ผลักดันเรื่องนี้หรือไม่นั้น คิดว่าคงไม่ได้รับความสนใจ จริงๆ เราเหมือนยาจกนั่งอยู่บนถุงทอง หรือเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ แต่กลับไม่เคยนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์เลย