กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา จัดกิจกรรม “ร้อยรวมใจชุมชนคุณธรรมพลังบวรน้อมใจภักดิ์พระผู้ทรงธรรมเสด็จสู่สวรรคาลัย” และเดิน-วิ่ง การกุศล ไทยซิกข์ ครั้งที่ 23 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 05.00 น. ณ บริเวณถนนพาหุรัด กรุงเทพมหานคร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในกิจกรรม “ร้อยรวมใจชุมชนคุณธรรมพลังบวรน้อมใจภักดิ์พระผู้ทรงธรรมเสด็จสู่สวรรคาลัย” และงานเดิน-วิ่ง การกุศล ไทยซิกข์ ครั้งที่ 23 พร้อมด้วยนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา ผู้แทนองค์การศาสนา 5 ศาสนา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมจำนวนมาก
พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 รัฐบาลได้เชิญชวนให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมหรือร่วมจัดกิจกรรมทางศาสนา หรือจัดกิจกรรมเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ ในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณผู้ทรงคุณอันประเสริฐที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ รวมทั้งถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริ “ส่งเสริมการประสานความร่วมมือระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน (บวร) เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ทุกฝ่าย” รวมทั้งรับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาคน สังคม ให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เอื้ออาทรและสมานฉันท์
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับ สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา จัดกิจกรรม “ร้อยรวมใจชุมชนคุณธรรมพลังบวรน้อมใจภักดิ์พระผู้ทรงธรรมเสด็จสู่สวรรคาลัย” และงานเดิน-วิ่ง การกุศล ไทยซิกข์ ครั้งที่ 23 ขึ้น เพื่อหลอมรวมพลังปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่งเสริมให้เกิดการรวมพลังสร้างความดี เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมจัดกิจกรรม โดยการจัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร และการเดินวิ่ง ระยะทาง 4 กิโลเมตร โดยนำรายได้จากการแข่งขันทูลเกล้าฯถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชนได้ใช้เวลาว่างในการออกกำลังกาย เพื่อยกระดับการวิ่งให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ








