หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (321) 成语故事 (三二一)

16.06.24 | 15:39 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (321) 成语故事 (三二一)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 不战而胜/不戰而勝 bú zhàn ér shèng (ปู๋ จ้าน เอ๋อร์ เฌิ่ง) โดย คำว่า 不 bú (ปู๋) แปลว่า ไม่ 战/戰 zhàn (จ้าน) แปลว่า สงคราม ในที่นี้จะหมายถึงทำสงคราม ทำการรบ 而 ér (เอ๋อร์) แปลว่า แต่ แต่ว่า ใช้ในการแสดงถึงผลที่ผกผันกับคำข้างหน้า 胜/勝 shèng (เฌิ่ง) แปลว่า ชนะ ชัยชนะ เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ไม่ต้องออกรบแต่ก็ได้รับชัยชนะ หรือชนะโดยไม่ต้องรบ เป็นกลยุทธ์หนึ่งในพิชัยสงครามของจีน มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

ในการศึกสงครามนั้น แน่นอนว่ากำลังทหารเป็นสิ่งจำเป็น หากทหารของฝ่ายหนึ่งเข้มแข็งกว่า มีจำนวนมากกว่า การทำศึกสงครามย่อมจะได้เปรียบฝ่ายที่อ่อนแอกว่า และการศึกสงครามไม่ว่ายุคใดๆ ก็ตาม ย่อมหลีกเลี่ยงความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินไม่ได้ นักกลยุทธ์ นักวางแผนต่างๆ จึงต้องคิดหากลวิธีอันสลับซับซ้อนในทางการเมือง เพื่อหาทางเอาชนะฝ่ายตรงข้ามโดยทางการทูต เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียดังที่กล่าวมา

ประเทศจีนในยุคที่รัฐฉิน 秦国/秦国 Qín guó (ฉินกั๋ว) เข้มแข็ง รัฐต่างๆ ที่เหลือพยายามสร้างความสัมพันธ์กันไว้ ก่อเกิดเป็นพันธมิตรหกรัฐ เพื่อร่วมมือกันต่อต้านอำนาจของรัฐฉิน ส่วนรัฐฉินเองก็พยายามที่สร้างความแตกร้าวระหว่างรัฐต่างๆ ทีนี้ก็อยู่ที่ฝ่ายพันธมิตรว่าจะดำรงความเป็นพันธมิตรต่อกันได้นานเท่าไร เพราะในความเป็นจริงแล้ว พันธมิตรทั้งหกรัฐนี้ ก็มีเรื่องระหองระแหงต่อกันมาตลอด รัฐฉินก็รู้จุดนี้เป็นอย่างดี

Advertisement

ที่มาภาพ https://baijiahao.baidu.com/s?id=1667361986588885447&wfr=spider&for=pc

ครั้งหนึ่งรัฐฉินส่งทูตไปเจรจากันรัฐจ้าว 赵国/趙國 Zhào guó (จ้าว กั๋ว) โดยรัฐฉินยื่นเงื่อนไขว่า หากรัฐจ้าวยอมร่วมมือกับรัฐฉินบุกโจมตีรัฐเว่ย 魏国/魏國 Wèi guó (เว่ยกั๋ว) เมื่องานสำเร็จแล้ว ดินแดนรัฐเว่ยบริเวณหัวเมืองเย่ 邺城/鄴城 Yè chéng (เย่เฉิง) จะยกให้กับรัฐจ้าว เงื่อนไขอันดีนี้ รัฐจ้าวตอบตกลงทันที หลังจากนั้นทั้งสองรัฐก็เตรียมการกองทัพเพื่อจะร่วมกันบุกโจมตีรัฐเว่ย

เจ้าผู้ครองรัฐเว่ยเมื่อทราบข่าวก็ตกใจยิ่งนัก จึงเรียกประชุมเหล่าข้าราชการทันที ขุนนางคนหนึ่งจึงพูดขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่เห็นจะต้องตื่นตระหนกเลย พร้อมเสนอแผนว่า ความจริงเราก็รู้กันอยู่แล้วว่ารัฐฉินกับรัฐจ้าวนั้น ไม่ได้เป็นพันธมิตรกันแต่แรก กลับจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาเนิ่นนานเสียอีก การที่รัฐจ้าวยอมร่วมมือกับรัฐฉิน ก็เพราะหวังอยากได้ดินแดนเมืองเย่ ที่เราทั้งสองรัฐต่างก่อศึกสงครามแย่งชิงกันมานานแสนนาน ดังนั้น ครั้งนี้เราก็ส่งคนไปเจรจากับรัฐจ้าวว่า เรายินดีจะมอบเมืองเย่ให้กับรัฐเย่ ขอเพียงรัฐจ้าวสะบั้นความสัมพันธ์กับรัฐฉิน แล้วรัฐเว่ย และรัฐจ้าว จะร่วมมือกันต่อต้านรัฐฉินต่อไป

เมื่อกล่าวจบ เจ้าผู้ครองรัฐเว่ยก็ยังสองจิตสองใจ เพราะไม่อยากเสียเมือง แต่ขุนนางคนเดิมก็พูดย้ำขึ้นอีกว่า หากไม่ยอมเสียดินแดนไปเล็กน้อย แล้วท่านจะเสียทั้งแผ่นดิน เมื่อจนต่อเหตุผล เจ้าผู้ครองรัฐเว่ยจึงตอบตกลง พร้อมแต่งตั้งทูตเดินทางไปยังรัฐจ้าวทันที ผลการเจรจาครั้งนี้สำเร็จลงด้วยดี รัฐจ้าวสะบั้นความสัมพันธ์กับรัฐฉิน พร้อมสั่งปิดพรมแดนทันที ทำให้ความสัมพันธ์กับรัฐฉินแย่ลงทันที รัฐฉินโกรธแค้นรัฐจ้าวยิ่งนัก จึงล้มเลิกแผนการบุกรัฐเว่ย เปลี่ยนเป้าหมายเป็นรัฐจ้าวแทน

ส่วนรัฐจ้าว เมื่อการเจรจากับตัวแทนรัฐเว่ยบรรลุผลแล้ว ก็ส่งข้าราชการเดินทางไปรับมอบอำนาจการปกครองเมืองเย่ทันที แต่อนิจจา ทันทีที่ตัวแทนรัฐจ้าวไปถึงเมืองเย่ ก็ต้องพบกับขุนนางจอมวางแผนตั้งแต่ต้นรอต้อนรับอยู่แล้ว ขุนนางคนนี้ปฏิเสธที่จะมอบเมืองให้ พร้อมทั้งบอกว่าสงสัยผู้แทนรัฐเว่ยคนก่อนเข้าใจอะไรผิด หรือพูดผิดเป็นแน่ ตอนนี้เจ้านายส่งเขามาดูแลเมือง ทั้งยังสั่งกำชับให้ดูแลเมืองไว้ให้ดี ดังนั้น หากรัฐจ้าวอยากได้เมืองนี้ ก็จงยกพลมาบุกเอาด้วยกำลัง

เมื่อเป็นเช่นนั้น ตัวแทนรัฐจ้าวจึงกลับไปรายงานผล เจ้าผู้ครองรัฐจ้าวโกรธแค้นมากที่ถูกรัฐเว่ยหลอก จึงกรีฑาทัพมาหมายจะบดขยี้เมืองเย่ให้ราบคาบ ถึงตอนนี้ ก็มีตัวแทนรัฐเว่ยเดินทางไปเจรจากับรัฐฉินว่า เมื่อรัฐจ้าวบุกรัฐเว่ยนั้น รัฐฉินแค่เพียงยกทัพเล็กน้อยก็จะสามารถบุกยึดรัฐจ้าวได้ ด้วยเหตุนี้ กองทัพรัฐฉินจึงมาปรากฏขึ้นที่ชายแดนรัฐจ้าวอย่างรวดเร็ว

ถึงตอนนี้ รัฐจ้าวต้องทำศึกสองด้านพร้อมกัน ก็รู้แก่ใจดีว่าสู้ไม่ได้ และเมื่อไตร่ตรองดูแล้ว ระหว่างรัฐฉินกับรัฐเว่ยนั้น รัฐเว่ยยังมีสถานะเป็นพันธมิตรเก่า ความขัดแย้งเล็กน้อยย่อมเจรจาได้ ส่วนรัฐฉินนั้น เป็นศัตรูใหญ่ที่ไม่อาจเจรจากันได้อีก สุดท้ายจึงต้องยอมส่งคนไปเจรจากับรัฐเว่ย ยอมกล่าวขอโทษ และยอมยกหัวเมืองทั้งห้าให้แก่รัฐเว่ยเป็นการตอบแทนสงบศึก

ดังนั้น จึงสามารถสรุปผลได้ว่า รัฐเว่ยไม่ต้องรบเลยก็สามารถชนะศึกสองด้านไปได้ในครั้งนี้ แถมยังได้ดินแดนมาเพิ่มอีกตั้งห้าหัวเมือง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:不需要通过双方的交锋,便能取得胜利。

成語比喻:不需要通過雙方的交鋒,便能取得勝利。

Chénɡyǔ bǐyù:Bù xūyào tōngguò shuāngfāng de jiāofēng, biàn néng qǔdé shènglì.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ปู้ ซวีเหย้า ทงกั้ว ฌวงฟาง เตอะ เจียวเฟิง, เปี้ยน เหนิง ฉวี่เต๋อ เฌิ่งลี่.

สุภาษิตเปรียบว่า ชัยชนะที่ได้มาโดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าต่อสู้กันระหว่างทั้งสองฝ่าย

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

这次比赛,由于对方弃权了,所以我们不战而胜。

這次比賽,由於對方棄權了,所以我們不戰而勝。

Zhè cì bǐsài,yóuyú duìfāng qìquán le,suǒyǐ wǒmen bú zhàn ér shèng.

​เจ้อ ชื่อ ปี่ซ่าย, โหยวยหวี ตุ้ยฟาง ชี่ฉวน เลอ, สัวอี่ หวั่วเหมิน ปู๋ จ้าน เอ๋อร์ เฌิ่ง.

การแข่งขันในครั้งนี้ เนื่องจากคู่แข่งสละสิทธิ์ ดังนั้นพวกเราจึงชนะโดยไม่ต้องแข่ง