ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “เที่ยวทั่วไทย ไปกับนายเอก ยอดชาย” ได้โพสต์ภาพของโบราณวัตถุชิ้นหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “บัดนี้ ทางบริษัท ซัทเทบีส์ ได้นำโบราณวัตถุของประโคนชัย ออกมาประมูลขาย ประกาศอย่างออกหน้าออกตาว่าได้มาจากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย และได้กำหนดศิลปะประเภทนี้ด้วยว่า อยู่ในราวคริสศตวรรษที่ 8 โดยมีการอ้างอิงถึงบุคคลคนนี้ด้วยครับ Emma C.Bunker โดยบริษัท ซัทเทบีส์ นำโบราณวัตถุชิ้นนี้ออกประมูลด้วยราคา 40,000-60,000 ดอลลาร์ หรือราว 1,427.160.84-2,140,741.26 บาท” ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าจะเป็นโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบนำออกไปจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายนั้น
นายรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) กล่าวว่า เท่าที่ได้ชมภาพโบราณวัตถุดังกล่าว หากเป็นของจริง ประติมากรรมดังกล่าวคือพระอวโลกิเตศวร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 หรือราว 1,200 ปีมาแล้ว หล่อจากสัมฤทธิ์ด้วยวิธีสูญขี้ผึ้ง (lost wax) เป็นศิลปะเขมรแบบไพรกเมง-กำพงพระ ถือเป็นโบราณวัตถุที่มีคุณค่ามาก เพราะแสดงถึงการนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานในภาคอีสานของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันเข้าใจว่าไม่มีโบราณวัตถุแบบเดียวกันนี้อยู่ในประเทศไทยแล้ว เนื่องจากถูกลักลอบนำออกนอกประเทศในยุคสงครามเวียดนาม และไม่ทราบว่ามีการพบทั้งหมดกี่ชิ้น อย่างไรก็ตาม ในวงการโบราณคดี ได้พบเห็น และศึกษาประติมากรรมลักษณะดังกล่าว ผ่านข้อมูล และภาพที่ตีพิมพ์ในวารสารของพิพิธภัณฑ์กีเมต์ ประเทศฝรั่งเศส ส่วนการประมูลลักษณะนี้ ต่างชาติทำเป็นเรื่องปกติ การเรียกร้องทวงคืน คงเป็นเรื่องยาก เพราะฝ่ายไทยไม่มีหลักฐานว่าประติมากรรมเหล่านี้เคยอยู่ในไทย เช่น ภาพถ่ายเก่า
“การประมูลแบบนี้ ฝรั่งทำเป็นเรื่องปกติ โบราณวัตถุชุดนี้หลุดออกนอกประเทศ และกลายเป็นสมบัติของเอกชนนานแล้ว เข้าใจว่าตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานในอีสานตั้งแต่ 1,200 ปีมาแล้ว ที่สำคัญคือชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการหล่อสัมฤทธิ์ในยุคประวัติศาสตร์รุ่นแรกๆ อีกด้วย” นายรุ่งโรจน์กล่าว

