จุฬาฯ จัดพิธีรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2565-2566
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 มิถุนายน ที่ห้องประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2565 และประจำปี 2566 เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยกิจกรรมภายในงานเริ่มจาก นายกสภาจุฬาฯ ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทำความเคารพธงชาติ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายระวี จูฑศฤงค์ ผู้รักษาการผู้ช่วยอธิการบดี กล่าวรายงาน นายคณพล จันทร์หอม ผู้รักษาการรองอธิการบดี เบิกผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จากนั้นนายกสภาจุฬาฯ รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปวางบนพานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และผู้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามลำดับ

จากนั้นนายกสภาจุฬาฯ และ ผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และผู้ร่วมพิธีถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์โดยพร้อมเพรียงกัน
ในการนี้ นายกสภาฯ กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย แก่บุคลากรจุฬาฯ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ แก่จุฬาฯ และผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกคน ซึ่งจะเทิดทูลไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ในโอกาสนี้ตนขอแสดงความชื่นชมและยินดี แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพายทุกคนด้วยความจริงใจ การที่ทุกคนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ในครั้งนี้เป็นบำเหน็จรางวัลในการปฏิบัติหน้าที่ ที่แสดงถึงความวิริยะ อุตสาหะ อันมาจากกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา ความเสียสละและความทุ่มเท นำชื่อเสียงมาสู่จุฬาฯ มาสู่สังคม และประเทศชาติ จึงควรภาคภูมิใจว่า ทุกคนเป็นผู้มีส่วนสำคัญที่ทำให้จุฬาฯ เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศตลอดมา เกียรติประวัติและความสำเร็จที่ทุกคนได้รับในวันนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ทุกคน พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และยังต้องเป็นผู้แสวงหาความรู้ใหม่ๆ ในด้านต่างๆ เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมและของโลก ควบคู่กับการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม และจริยธรรม กำกับการดำเนินชีวิต อันจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อนิสิต

“ในนามของจุฬาฯ ขอแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทุกคน เพื่อนำความเจริญให้บังเกิดแก่ตนเอง มหาวิทยาลัย สังคมและประเทศชาติ ในการสนอง พระราชปณิทานของสมเด็จพระปิยมหาราช ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดจุฬาฯ และสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ผู้ทรงสถาปณาจุฬาฯ ขอพระบารมีของ สมเด็จพระปิยมหาราช และสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พร้อมทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯ ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพนับถือ โปรดบันดาลให้ทุกคน ประสบแต่ความสุข มีกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติการงาน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของสถาบัน ของบ้านเมือง และช่วยพัฒนาจุฬาฯ ให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป “นายกสภาจุฬาฯ กล่าว

สำหรับพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2565 และประจำปี 2566 เบื้องหน้าหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ หอประชุมจุฬาฯ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปีพ.ศ. 2565 และประจำปีพ.ศ. 2566 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพายเนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 และวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ โดยจุฬฯ มีผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำนวนทั้งสิ้น 163 ราย แบ่งออกเป็น ชั้นมหาวชิรมงกุฎ จำนวน 18 ราย ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก จำนวน 28 ราย ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก จำนวน 23 ราย และชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย จำนวน 94 ราย




