หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (322) 成语故事 (322)

23.06.24 | 10:50 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (322) 成语故事 (322)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 顺手牵羊/順手牽羊 shùnshǒu qiān yáng (ฉุ้นโฉ่ว เชียน หยาง) โดย คำว่า 顺手 shùnshǒu (ฉุ้นโฉ่ว) แปลว่า ฉวยโอกาส หยิบติดมือ เอาติดไปด้วย 牵/牽 qiān (เชียน) แปลว่า จูง ลากจูง 羊 yáng (หยาง) แปลว่า แกะ เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ถือโอกาสจูงแกะติดมือไปด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การศึกของจีน ในหัวข้อจูงแกะติดมือ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

ตำแหน่งผู้นำ ผู้บริหารชั้นสูงสุดนั้น เป็นตำแหน่งที่เย้ายวนชวนใฝ่ฝันของผู้คน เมื่อได้ตำแหน่งเหล่านี้มาแล้ว จะทำอย่างไรให้ผู้คนทั่วไปยอมรับ เชิดชู และอยู่ในตำแหน่งนั้นได้อย่างยาวนานทั้งยังปลอดภัยนั้น นับเป็นความท้าทายยิ่งนัก

ในยุคชุนชิว 春秋 Chūnqiū ที่รัฐฉี 齐国/齊國 Qí guó (ฉี กั๋ว) ภายใต้การปกครองอันยาวนานกว่าหกสิบปีของฉีจวงกง 齐庄公/齊莊公 Qí zhuāng gōng รัฐฉีซึ่งเดิมทีเป็นรัฐที่มีแต่ศึกชิงอำนาจภายในอันยุ่งเหยิง ก็ค่อยๆ เป็นปึกแผ่นมั่นคงขึ้น จนถึงบั้นปลายท้ายชีวิตในราชบัลลังก์ของฉีจวงกงนั้น มีรัฐเล็กรัฐน้อยต่างมาอ่อนน้อมต่อรัฐฉีมากมาย ฉีจวงกงน่าจะจบบทบาทได้อย่างโดดเด่น แต่ทว่าน่าเสียดายที่ท่านเป็นคนมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ เป็นคนเจ้าชู้ มักมากในกาม

ครั้งหนึ่งท่านได้ไปร่วมดื่มฉลองที่บ้านของเสนาบดีชุยจู้ 崔杼 Cuī zhù ผู้ซึ่งฉีจวงกงไว้ใจที่สุดคนหนึ่ง ในงานเลี้ยงคืนนั้น ฉีจวงกงเห็นภรรยาของเสนาบดีชุยจู้มีรูปร่างน่าตาเป็นที่ต้องใจยิ่งนัก จึงหาโอกาสตอนเสนาบดีเผลอ ลอบไปมีความสัมพันธ์ลับๆ ด้วย เรื่องนี้ต่อมาเสนาบดีชุยจู้รู้เข้า จึงเค้นเอาความจริงจากภรรยา ภรรยาได้เล่าให้ฟังว่า ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง ตอนที่สามีมีกิจธุระด่วนกลางคันที่ต้องไปสะสางทันทีนั้น เจ้านายฉวยโอกาสมาบังคับข่มขืน หลังจากนั้นก็ไม่กล้าเอาความ เพราะเป็นเจ้าชีวิต จะบอกสามีก็ไม่กล้า เพราะกลัวสามีบุ่มบ่ามทำเรื่องใหญ่โต แล้วชีวิตของทั้งครอบครัวก็จะไม่ปลอดภัย จึงได้แต่เก็บความละอายนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว 

Advertisement

ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail

เมื่อชุยจู้ทราบความจริงทั้งหมด ก็รู้สึกโกรธแค้นเจ้านายตนเองยิ่งนัก และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำจัดเจ้านายผู้ไม่อยู่ในครรลองครองธรรมคนนี้ เขาจึงคิดหาแผนการ และวางแผนอย่างเงียบๆ จนครั้งหนึ่ง บ่าวผู้รับใช้ใกล้ชิดของฉีจวงกงทำผิด จึงถูกฉีจวงกงสั่งลงโทษเฆี่ยนตีร้อยแส้ ทำให้บ่าวคนนี้เจ็บแค้นใจยิ่งนัก เมื่อเสนาบดีชุยจู้รู้ จึงเข้าตีสนิทโดยใช้เงินทองซื้อใจบ่าวคนนี้ไว้ โดยทำหน้าที่คอยแจ้งข่าวกำหนดการต่างๆ ของฉีจวงกงให้เสนาบดีชุยจู้ทราบ

แล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อวันหนึ่ง ฉีจวงกงต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เสนาบดีชุยจู้กับพวกจึงเสนอสถานที่จัดงานเลี้ยงซึ่งอยู่ใกล้กับจวนพักของเสนานดีชุยจู้ เมื่อใกล้ถึงวันกำหนดงานเลี้ยง เสนาบดีชุยจู้ก็แจ้งไปว่า ตนเองป่วยหนัก ไม่อาจไปร่วมงานเลี้ยงได้ ขอรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ฉีจวงกงทราบเรื่อง ก็ดีใจยิ่งนัก และแจ้งกับบ่าวว่าหลังงานเลี้ยงจะไปเยี่ยมเสนาบดีชุยจู้ ซึ่งพอชุยจู้ทราบเรื่อง ก็คิดว่าแผนการขั้นต้นสำเร็จลงแล้ว จึงสั่งการภรรยา และบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งหลาย พร้อมเตรียมการทหารซุ่มไว้

เมื่องานเลี้ยงจบลงในตอนดึก ฉีจวงกงพร้อมองค์รักษ์ไม่กี่นายก็มาถึงบ้านของเสนาบดีชุยจู้ หมอรายงานฉีจวงกงว่า ชุยจู้ป่วยหนัก เพิ่งกินยา และหลับไปเมื่อสักครู่ ไม่ต้องการให้ใครรบกวน ฉีจวงกงกลับดีใจยิ่งนัก เพราะในความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเยี่ยมคนไข้ เขาเพียงใช้ข้ออ้างมาเยี่ยม และหาโอกาสไปพบนางชู้ของตนเท่านั้น เมื่อเห็นว่าเป็นโอกาสแล้ว ฉีจวงกงจึงรีบบึ่งไปยังห้องพักของภรรยาเสนาบดีทันที เมื่อเข้าไปในห้องได้ ก็พบว่าภรรยาเสนาบดีไม่ได้แสดงอาการตกใจ กลับทำเป็นดีใจ และโผเข้ากอดฉีจวงกง

ขณะที่ฉีจวงกงโอบกอดนางอยู่นั้น ก็มีบ่าวมาเคาะประตูเรียกให้นางออกไปป้อนยา เพราะเสนาบดีไม่ยอมให้ใครป้อน ดังนั้น นางจึงขอตัวไปทำธุระสักครู่ ขณะที่ฉีจวงกงรออยู่ในห้องนางอยู่นั้น ก็มีเสียงเอะอะอึกทึกไปทั่วว่า มีขโมยเข้ามา ท่านเสนาบดีมีคำสั่งให้ช่วยกันจับขโมย และถ้าจับได้แล้วให้สังหารในทันที

หลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาว่าขโมยเข้าไปในห้องนายหญิงแล้ว ทหารทั้งหมดจึงทำการล้อม และจับกุมขโมยได้ ถึงตอนนี้ฉีจวงกงก็ตวาดว่า ข้าเป็นถึงเจ้าผู้ครองนครรัฐฉี พวกเจ้าไม่รู้หรือไง ไปเรียกเจ้านายพวกเจ้ามา เหล่าทหารก็ตอบว่า เจ้านายไม่สบายไม่อาจมาได้ และเจ้านายได้สั่งว่า จับโจรได้ให้สังหารได้ทันที เจ้าเป็นใครเราไม่รู้ รู้แต่ว่าเจ้าเป็นโจร และยังบังอาจเข้ามายังห้องนายหญิงอีก พูดจบ ชีวิตของฉีจวงกงก็จบสิ้นลงในเวลานั้นเอง   

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:顺便拿走别人的东西。

成語比喻:順便拿走別人的東西。

Chénɡyǔ bǐyù:Shùnbiàn ná zǒu biérén de dōngxi.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  ฉุ่นเปี้ยน หนา โจ่ว เปี๋ย เหริน เตอะ ตงซี

สุภาษิตเปรียบว่า โอกาสหยิบฉวยของคนอื่น

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

签名后,他顺手牵羊把我的笔拿走了。

簽名後,他順手牽羊把我的筆拿走了。

Qiānmíng hòu,tā shùnshǒuqiānyáng bǎ wǒ de bǐ ná zǒule.

​เชียนหมิง โห้ว, ทา ฉุ้นโฉ่วเชียนหยาง ป๋า หวั่ว เตอะ ปี่ หนา โจ่วเลอ.

หลังการลงนามแล้ว เขาก็เอาปากกาของฉันไปด้วย