เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (322) 成语故事 (322)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 顺手牵羊/順手牽羊 shùnshǒu qiān yáng (ฉุ้นโฉ่ว เชียน หยาง) โดย คำว่า 顺手 shùnshǒu (ฉุ้นโฉ่ว) แปลว่า ฉวยโอกาส หยิบติดมือ เอาติดไปด้วย 牵/牽 qiān (เชียน) แปลว่า จูง ลากจูง 羊 yáng (หยาง) แปลว่า แกะ เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ถือโอกาสจูงแกะติดมือไปด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การศึกของจีน ในหัวข้อจูงแกะติดมือ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ตำแหน่งผู้นำ ผู้บริหารชั้นสูงสุดนั้น เป็นตำแหน่งที่เย้ายวนชวนใฝ่ฝันของผู้คน เมื่อได้ตำแหน่งเหล่านี้มาแล้ว จะทำอย่างไรให้ผู้คนทั่วไปยอมรับ เชิดชู และอยู่ในตำแหน่งนั้นได้อย่างยาวนานทั้งยังปลอดภัยนั้น นับเป็นความท้าทายยิ่งนัก
ในยุคชุนชิว 春秋 Chūnqiū ที่รัฐฉี 齐国/齊國 Qí guó (ฉี กั๋ว) ภายใต้การปกครองอันยาวนานกว่าหกสิบปีของฉีจวงกง 齐庄公/齊莊公 Qí zhuāng gōng รัฐฉีซึ่งเดิมทีเป็นรัฐที่มีแต่ศึกชิงอำนาจภายในอันยุ่งเหยิง ก็ค่อยๆ เป็นปึกแผ่นมั่นคงขึ้น จนถึงบั้นปลายท้ายชีวิตในราชบัลลังก์ของฉีจวงกงนั้น มีรัฐเล็กรัฐน้อยต่างมาอ่อนน้อมต่อรัฐฉีมากมาย ฉีจวงกงน่าจะจบบทบาทได้อย่างโดดเด่น แต่ทว่าน่าเสียดายที่ท่านเป็นคนมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ เป็นคนเจ้าชู้ มักมากในกาม
ครั้งหนึ่งท่านได้ไปร่วมดื่มฉลองที่บ้านของเสนาบดีชุยจู้ 崔杼 Cuī zhù ผู้ซึ่งฉีจวงกงไว้ใจที่สุดคนหนึ่ง ในงานเลี้ยงคืนนั้น ฉีจวงกงเห็นภรรยาของเสนาบดีชุยจู้มีรูปร่างน่าตาเป็นที่ต้องใจยิ่งนัก จึงหาโอกาสตอนเสนาบดีเผลอ ลอบไปมีความสัมพันธ์ลับๆ ด้วย เรื่องนี้ต่อมาเสนาบดีชุยจู้รู้เข้า จึงเค้นเอาความจริงจากภรรยา ภรรยาได้เล่าให้ฟังว่า ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง ตอนที่สามีมีกิจธุระด่วนกลางคันที่ต้องไปสะสางทันทีนั้น เจ้านายฉวยโอกาสมาบังคับข่มขืน หลังจากนั้นก็ไม่กล้าเอาความ เพราะเป็นเจ้าชีวิต จะบอกสามีก็ไม่กล้า เพราะกลัวสามีบุ่มบ่ามทำเรื่องใหญ่โต แล้วชีวิตของทั้งครอบครัวก็จะไม่ปลอดภัย จึงได้แต่เก็บความละอายนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว

ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail
เมื่อชุยจู้ทราบความจริงทั้งหมด ก็รู้สึกโกรธแค้นเจ้านายตนเองยิ่งนัก และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำจัดเจ้านายผู้ไม่อยู่ในครรลองครองธรรมคนนี้ เขาจึงคิดหาแผนการ และวางแผนอย่างเงียบๆ จนครั้งหนึ่ง บ่าวผู้รับใช้ใกล้ชิดของฉีจวงกงทำผิด จึงถูกฉีจวงกงสั่งลงโทษเฆี่ยนตีร้อยแส้ ทำให้บ่าวคนนี้เจ็บแค้นใจยิ่งนัก เมื่อเสนาบดีชุยจู้รู้ จึงเข้าตีสนิทโดยใช้เงินทองซื้อใจบ่าวคนนี้ไว้ โดยทำหน้าที่คอยแจ้งข่าวกำหนดการต่างๆ ของฉีจวงกงให้เสนาบดีชุยจู้ทราบ
แล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อวันหนึ่ง ฉีจวงกงต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เสนาบดีชุยจู้กับพวกจึงเสนอสถานที่จัดงานเลี้ยงซึ่งอยู่ใกล้กับจวนพักของเสนานดีชุยจู้ เมื่อใกล้ถึงวันกำหนดงานเลี้ยง เสนาบดีชุยจู้ก็แจ้งไปว่า ตนเองป่วยหนัก ไม่อาจไปร่วมงานเลี้ยงได้ ขอรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ฉีจวงกงทราบเรื่อง ก็ดีใจยิ่งนัก และแจ้งกับบ่าวว่าหลังงานเลี้ยงจะไปเยี่ยมเสนาบดีชุยจู้ ซึ่งพอชุยจู้ทราบเรื่อง ก็คิดว่าแผนการขั้นต้นสำเร็จลงแล้ว จึงสั่งการภรรยา และบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งหลาย พร้อมเตรียมการทหารซุ่มไว้
เมื่องานเลี้ยงจบลงในตอนดึก ฉีจวงกงพร้อมองค์รักษ์ไม่กี่นายก็มาถึงบ้านของเสนาบดีชุยจู้ หมอรายงานฉีจวงกงว่า ชุยจู้ป่วยหนัก เพิ่งกินยา และหลับไปเมื่อสักครู่ ไม่ต้องการให้ใครรบกวน ฉีจวงกงกลับดีใจยิ่งนัก เพราะในความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเยี่ยมคนไข้ เขาเพียงใช้ข้ออ้างมาเยี่ยม และหาโอกาสไปพบนางชู้ของตนเท่านั้น เมื่อเห็นว่าเป็นโอกาสแล้ว ฉีจวงกงจึงรีบบึ่งไปยังห้องพักของภรรยาเสนาบดีทันที เมื่อเข้าไปในห้องได้ ก็พบว่าภรรยาเสนาบดีไม่ได้แสดงอาการตกใจ กลับทำเป็นดีใจ และโผเข้ากอดฉีจวงกง
ขณะที่ฉีจวงกงโอบกอดนางอยู่นั้น ก็มีบ่าวมาเคาะประตูเรียกให้นางออกไปป้อนยา เพราะเสนาบดีไม่ยอมให้ใครป้อน ดังนั้น นางจึงขอตัวไปทำธุระสักครู่ ขณะที่ฉีจวงกงรออยู่ในห้องนางอยู่นั้น ก็มีเสียงเอะอะอึกทึกไปทั่วว่า มีขโมยเข้ามา ท่านเสนาบดีมีคำสั่งให้ช่วยกันจับขโมย และถ้าจับได้แล้วให้สังหารในทันที
หลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาว่าขโมยเข้าไปในห้องนายหญิงแล้ว ทหารทั้งหมดจึงทำการล้อม และจับกุมขโมยได้ ถึงตอนนี้ฉีจวงกงก็ตวาดว่า ข้าเป็นถึงเจ้าผู้ครองนครรัฐฉี พวกเจ้าไม่รู้หรือไง ไปเรียกเจ้านายพวกเจ้ามา เหล่าทหารก็ตอบว่า เจ้านายไม่สบายไม่อาจมาได้ และเจ้านายได้สั่งว่า จับโจรได้ให้สังหารได้ทันที เจ้าเป็นใครเราไม่รู้ รู้แต่ว่าเจ้าเป็นโจร และยังบังอาจเข้ามายังห้องนายหญิงอีก พูดจบ ชีวิตของฉีจวงกงก็จบสิ้นลงในเวลานั้นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:顺便拿走别人的东西。
成語比喻:順便拿走別人的東西。
Chénɡyǔ bǐyù:Shùnbiàn ná zǒu biérén de dōngxi.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ฉุ่นเปี้ยน หนา โจ่ว เปี๋ย เหริน เตอะ ตงซี
สุภาษิตเปรียบว่า โอกาสหยิบฉวยของคนอื่น
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
签名后,他顺手牵羊把我的笔拿走了。
簽名後,他順手牽羊把我的筆拿走了。
Qiānmíng hòu,tā shùnshǒuqiānyáng bǎ wǒ de bǐ ná zǒule.
เชียนหมิง โห้ว, ทา ฉุ้นโฉ่วเชียนหยาง ป๋า หวั่ว เตอะ ปี่ หนา โจ่วเลอ.
หลังการลงนามแล้ว เขาก็เอาปากกาของฉันไปด้วย

