หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา พระสังฆราชทรง...

พระสังฆราชทรงมีพระดำรัสกับผู้แทนจุฬาราชมนตรี ‘เราเหมือนครอบครัวเดียวกัน-มีเป้าหมายเดียวกัน’

15.02.17 | 17:24 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในรอบบ่าย ซึ่งเปิดให้พุทธศาสนิกชนเฝ้าสักการะตั้งแต่เวลา 14.00-16.00 น.โดยมีพุทธศาสนิกชน และคณะบุคคลเดินทางรอเฝ้าถวายสักการะอย่างเนื่องแน่น แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ก็ไม่ทำให้ย่อท้อ โดยได้ต่อคิวยาวจากบริเวณหน้าวัดราชบพิธฯ วนไปถนนอัษฎางค์ หางแถวถึงถนนเจริญกรุง จรดถนนเฟื่องนคร โดยสมเด็จพระสังฆราช เสด็จจากตำหนักอรุณ ลงพระอุโบสถ จุดธูปเทียนบูชาพระอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ เสด็จขึ้นประทับพระอาสน์ ในการนี้ ประทานวโรกาสให้นายประสาน ศรีเจริญ รองประธานผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ในฐานะผู้แทนจุฬาราชมนตรี ถวายสาส์นพร้อมแจกันดอกไม้ ในโอกาสที่ทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

นายประสาน กล่าวภายหลังเฝ้าถวายสักการะว่า ในฐานะผู้แทนจุฬาราชมนตรี และพี่น้องมุสลิมแห่งประเทศไทย ได้มาแสดงความปิติยินดีที่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีงาม โดยพระองค์ทรงมีพระดำรัสว่าเราเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีอะไรก็ต้องปรึกษาหารือกัน ที่สำคัญ สมเด็จพระสังฆราชทรงตรัสว่า ที่ผ่านมาอาจมีผู้หวังดี ทำให้เราเข้าใจแตกต่างกัน พระองค์จึงทรงย้ำว่าหากเรายังยึดตามหลักคำสอนของแต่ละศาสนา ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ก็จะไม่เกิดความแตกแยก ทั้งนี้ ตามหลักศาสนาอิสลาม มนุษย์ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน ประเทศไทยมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ไม่มีการแบ่งแยก ดังนั้น จึงต้องมีความสามัคคีเป็นครอบครัวเดียวกัน

ต่อมาเวลา 16.00 น.ทางวัดราชบพิธฯ ได้ปิดให้เฝ้าถวายสักการะอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับพระอาสน์หน้าพระอุโบสถ ประทานพระโอวาท จากนั้นเวลา 16.25 น.เสด็จพระดำเนินลงประทับรถกอล์ฟออกสู่ถนนเฟื่องนคร ผ่านถนนเจริญกรุง ถนนอัษฎางค์ ก่อนกลับเข้าสู่ถนนราชบพิธฯ เพื่อประทานวโรกาสให้พุทธศาสนิกที่ไม่มีโอกาสได้เฝ้าถวายสักการะ ชื่นชมพระบารมีอย่างทั่วถึงกันอีกครั้ง ก่อนเสด็จกลับตำหนักอรุณ