นายกฯ หนุน วธ. พัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมนานาชาติ

16.02.17 | 16:28 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ วธ.ได้นำเสนอวีดิทัศน์และรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญของ วธ. ที่ดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์ ระยะ 20 ปี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล ที่สำคัญเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนในการนำทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตามนโยบายไทย 4.0 ด้วย ทั้งนี้ ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติเพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของโลกและได้สอบถามถึงแนวทางการดำเนินโครงการระยะที่ 2 รวมถึงการดำเนินการจัดทำคำของบประมาณเพื่อใช้ในการดำเนินการโครงการดังกล่าว
นายวีระ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการในโครงการดังกล่าว วธ.ได้รับจัดสรรงบประมาณเมื่อปี 2548 เพื่อจัดซื้อที่ดิน 35 ไร่บริเวณข้างศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินโครงการนี้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ซึ่งระยะที่ 1 ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการตกแต่ง คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในเดือนมิถุนายน 2560 อย่างไรก็ตาม ในโครงการระยะที่ 1 ยังได้มีการก่อสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยที่ จะใช้จัดแสดงผลงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของศิลปินทุกสาขา โดยตั้งเป้าหมายจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2562 ซึ่งจะทำให้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีความสมบูรณ์และเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นจุดนัดพบด้านศิลปวัฒนธรรมของคนไทยและนานาชาติ นอกจากนี้ วธ.มีแผนงานที่จะเปิดพื้นที่ให้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นแหล่งจำหน่ายผลงานศิลปะและสินค้าทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ศิลปินและประเทศ
ส่วนโครงการระยะที่ 2 วธ. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการประกวดแบบและออกแบบโดยให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์ในโครงการระยะที่ 1 ซึ่งการก่อสร้างโครงการระยะที่ 2 ประกอบด้วยโรงละครแห่งใหม่ หอสมุดศิลปวัฒนธรรมและศูนย์การสัมมนาและการประชุมโดยตั้งเป้าหมายจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2567