ผุดไอเดีย เรียนนอกระบบจบ ‘โรงเรียนดัง’ ได้ ยก ‘สวนกุหลาบ’ โมเดลสื่อออนไลน์

14.07.24 | 10:01 น.
ภาพโดย SK Innovation Gallery

ผุดไอเดีย เรียนนอกระบบจบ ‘ร.ร.ดัง’ ได้ ยก ‘ร.ร.สวนกุหลาบ’ โมเดลสื่อออนไลน์ ‘บิ๊กอุ้ม’ เร่งดูข้อกฎหมาย-จัดระบบสอบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า การดำเนินการตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข ที่ผ่านมา นอกจากการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีการดำเนินการได้ค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะการลดภาระงานเอกสาร ส่วนการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครองนั้น ศธ.มีนโยบายเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอแปรญัตติของบจัดทำแพลตฟอร์มเพิ่มเติม หลังจากถูกตัดไปจำนวนมาก

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า นโยบาย Anywhere Anytime จะมีหลายระดับ 1.ระดับกระทรวง 2.ระดับสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งในระดับสถานศึกษา เคยมีการพูดคุยกับโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ให้ทำสื่อการสอนออนไลน์ เช่น อัดคลิปวิดีโอในชั้นเรียน และนำไปใส่ไว้ในแพลตฟอร์มออนไลน์ของโรงเรียน หากนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียนก็สามารถทบทวนได้อีกครั้ง เชื่อว่าหากนักเรียนได้เรียนรู้ซ้ำๆ จะสามารถเรียนรู้ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และหากโรงเรียนสวนกุหลาบฯทำสำเร็จอยากจะให้ถ่ายทอดวิธีการนี้ไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เพื่อให้เด็กที่อยากเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ ได้มีโอกาสมาเรียนหลักสูตรของโรงเรียนที่ตัวเองอยากเรียน เชื่อว่าจะส่งผลให้เด็กตั้งใจและมีผลการเรียนดีขึ้น

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า ปัจจุบันต้องให้เด็กได้เรียนรู้ความต้องการของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมามองว่ามีความผิดพลาดค่อนข้างมาก เช่น เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ แต่ขายก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้น ควรจะต้องมีการแนะแนวว่า จริงๆ แล้วเด็กต้องการอะไร เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเปล่าทั้งด้านงบประมาณและโอกาสของคนที่ต้องการเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้ในการทำงานจริงๆ ส่วนเรื่องการสอบเทียบมอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ดำเนินการ ซึ่งเดิม สกร.ดูแลเรื่องการสอบเทียบอยู่แล้ว แต่อยากเพิ่มเติมอีกมิติตามนโยบาย Anywhere Anytime ถ้าโรงเรียนสามารถผลิตสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ได้ แล้วเด็กที่เรียนการศึกษานอกระบบ สามารถเรียนจบและสอบเทียบตามหลักสูตรที่ปรับใหม่ของโรงเรียนต้นทางได้ ให้ถือว่าจบจากโรงเรียนนั้นๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่

“ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ที่สามารถเรียนออนไลน์ มีการสอบวัดผล และสามารถได้วุฒิการศึกษาตามสาขาที่เรียนได้ หากมิตินี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นหน้าที่ของโรงเรียนในการออกข้อสอบและกำหนดวันเวลาที่จะมีการสอบวัดผลซึ่งจะเป็นไปตามบริบทของแต่ละโรงเรียน โดยเด็กทุกคนสามารถเข้าร่วมในนโยบายนี้ได้ทั้งหมด ในตอนนี้ ศธ.มีระบบใหญ่ที่มีสื่อการเรียนการสอนอยู่แล้ว ในอนาคตอยากจะให้มีคณะกรรมการเพื่อคัดกรองสื่อจากโรงเรียนในนโยบาย Anywhere Anytime มารวบรวมไว้ในระบบใหญ่ รวมถึงมีสื่อที่ ศธ.จะผลิตขึ้นมาเองด้วยเช่นกัน” พล.ต.อ เพิ่มพูนกล่าว

Advertisement

พล.ต.อ เพิ่มพูนกล่าวด้วยว่า สำหรับนโยบาย Anywhere Anytime นั้น ได้นำแนวคิดมากจากการศึกษาทางไกลของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งนี้ DLTV มีหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ศธ.จะต่อยอดให้ทุกโรงเรียนในระดับพื้นฐานที่มีคุณภาพทั้งหมด ได้มีการพูดคุยกับทางมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมอยากให้ลองเปลี่ยนมิติจากการใช้ครูสอนทางไกล เป็นการไปเลือกดูการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนและถ้ามีชั้นเรียนไหนที่ถูกใจให้นำมาเป็น 1 ในชั้นเรียนของ DLTV ด้วย