‘นักวิชาการ’ จี้แก้วิกฤตเด็กแขวนลอย ชื่ออยู่ในระบบ ตกสำรวจ ‘ดร็อปเอาต์’

16.07.24 | 16:25 น.

‘นักวิชาการ’ จี้แก้วิกฤตเด็กแขวนลอย ชื่ออยู่ในระบบ ตกสำรวจ ‘ดร็อปเอาต์’ ห่วงปัญหาพุ่ง-เพิ่มความเหลื่อมล้ำ

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ในฐานะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ตัวเลขเด็กหลุดออกจากระบบ 1.02 ล้านนั้น เป็นภาพรวมจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), กระทรวงมหาดไทย (มท.) และหน่วยงานอื่นๆ อีก ซึ่งนำตัวเลขเด็ก อายุ 3-18 ปีทั้งหมดมาเปรียบเทียบกับเด็กที่อยู่ในระบบ และรายชื่อ 1.02 ล้านคน ที่ออกมาก็คือตัวเลขของเด็กที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาและเป็นตัวเลขที่เกิดจากการสะสมมาหลายปี ซึ่งอาจมีเด็กที่ตกสำรวจ เช่น เด็กที่ไปเรียนต่างประเทศ เด็กในสถานพินิจ หรือเด็กที่เรียนในรูปแบบโฮมสคูล ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบ แต่ได้รับการศึกษาอยู่รวมอยู่ด้วย นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเลขเด็กออกกลางคันที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่ามีเพียง 2-3 หมื่นคนนั้น จริงๆ แล้วยังมีกลุ่มเด็กที่มีชื่ออยู่ในระบบ แต่ตัวเด็กนั้นไม่ได้ไปเรียนแล้วและไม่สามารถนำชื่อออกได้เนื่องจากผิดกฎหมายการศึกษาภาคบังคับ รวมถึงยังมีเรื่องงบอุดหนุนรายหัว ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่นำรายชื่อเด็กเหล่านั้นออกจากระบบ ส่วนหนึ่งเพราะมีปัญหาเชิงพฤติกรรม เช่น ท้องในวัยเรียน ติดยาเสพติด และมีการใช้ความรุนแรง โดยเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า นักเรียนแขวนลอย ดังนั้นอยากให้ ศธ.วางแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ชัดเจน

“อย่างไรก็ตามเรื่องตัวเลขทุกฝ่ายสามารถมา พูดคุยหารือเพื่อให้มีความชัดเจนร่วมกันได้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับไปคิดว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เด็กออกกลางคันและต้องกลายมาเป็นเด็กแขวนลอย ซึ่งพบว่ามีอยู่กว่า 310,000 ราย อยากให้ ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวต้องเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเป็นเรื่องดี หาก ศธ.จะเริ่มจากการแก้ปัญหา จากจำนวนเด็กออกกล่างคันที่พบกว่า 2 หมื่นคนก่อน เชื่อว่าจะทำให้ค่อยๆ พบจำนวนเด็กแขวนลอยอีกไม่น้อย ทั้งนี้หากสามารถค้นเจอเด็กเหล่านี้ได้ทั้งหมด อาจพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา และต้องการความช่วยเหลือ อาจจะมีมากกว่า 1.02 ล้านคน”นายสมพงษ์กล่าว