ศธ.จับมือ กรมสุขภาพจิต-สปสช. เปิดตัวโครงการ ‘ที่พักใจให้เยาวชน’ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น

7.08.24 | 13:20 น.

ศธ.จับมือ กรมสุขภาพจิต และ สปสช. เปิดตัวโครงการ ‘ที่พักใจให้เยาวชน’ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นประธานกล่าวในการแถลงข่าวประกาศความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรมสุขภาพจิต สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 และมูลนิธิกำแพงพักใจในโครงการ “ที่พักใจให้เยาวชน” เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น ว่า ศธ.ขับเคลื่อนภารกิจหลักด้านการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ด้วยการขับเคลื่อนนโยบาย “ เรียนดี มีความสุข ”

จากสถานการณ์สุขภาพจิตของผู้เรียนในปัจจุบันในการเรียนอาจจะมีความเครียด จนทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งศธ.ได้ให้ความสำคัญ และให้ความตระหนักเป็นอย่างมากโดยมีการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ซึ่งได้นำนโยบายการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ศธ. สู่การปฏิบัติในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมให้กับนักเรียน นักศึกษา และพัฒนาคุณภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถส่งเสริมสนับสนุน ดูแลและให้การช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งมีการบูรณาการ การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า การดำเนินการโครงการที่พักใจให้เยาวชน ร่วมกันครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยและเพิ่มมิติการดูแลและทำงานด้านสุขภาพจิต ทำให้ครูมีสื่อและช่องทางแนะนำนักเรียน นักศึกษาให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตได้โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้รับการดูแลสุขภาพจิตได้ทันต่อสถานการณ์ มีความปลอดภัย เกิดการเรียนรู้ที่สมวัยอย่างมีความสุข

Advertisement

“ก่อนหน้านี้ผมและ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตได้มีการหารือกันในเรื่องของการจัดสื่อการเรียนการสอนให้กับครูเพื่อแนะนำเรื่องปัญหาสุขภาพจิต และประชาสัมพันธ์เรื่องของเบอร์โทรของหน่วยงานด้านสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้อง หากเกิดปัญหาที่เกินกำลังของคุณครูสามารถประสานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที จนเกิดเป็นโครงการในวันนี้เป็นการนำร่องและหลังจากนี้เชื่อว่าจะมีการทำเกี่ยวกับสุขภาพจิตร่งมกันมากขึ้น”

นพ.พงศ์เกษม กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต มีวิสัยทัศน์ ให้ประชาชนมีสุขภาพจิตดี สู่สังคมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยการดูแลวัยรุ่นและเยาวชนไทยให้มีปัญญา อารมณ์ดีเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพของสังคม โดยกรมสุขภาพจิตให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ ให้แก่ จิตอาสาผู้ที่ผ่านการอบรมให้เป็น “ผู้ดูแลใจ” ภายใต้ ‘โครงการที่พักใจให้เยาวชน’ เพื่อเพิ่มจำนวนบุคลากรทางด้านสุขภาพจิต ให้สามารถรองรับการดูแลช่วยเหลือสุขภาพจิตของวัยรุ่นและเยาวชนในการให้บริการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยกรมสุขภาพจิตจะเป็นหน่วยงานในการรับ ส่งต่อ ติดตาม ดูแล ฟื้นฟู อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสได้รับการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตได้อย่างรวดเร็ว และเท่าเทียม

นางบุญสิงห์ มีมะโน ผู้จัดการกองสปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สปสช.ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพจิตและตระหนักถึงการดูแลที่ต้องครอบคลุมถึงสุขภาพจิตของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2567 ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อเปิดทางเลือกให้เยาวชนในกรุงเทพมหานคร ที่มีภาวะเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต มีความเสี่ยงต่อซึมเศร้าและ ฆ่าตัวตาย เข้าถึงบริการการประเมินความเครียด เข้ารับบริการให้การปรึกษาสุขภาพจิตทางไกล (Tele-mental health) โดยจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ซึ่งโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้เยาวชนเกิดการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตที่มีความทั่วถึง ถ้วนหน้า ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตสำหรับทุกคนในอนาคต ช่วยลดผลกระทบจากการตีตราในผู้ที่มีปัญหาด้านจิตใจและทำให้วัยรุ่นและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสปสช.จะสนับสนุนโครงการนี้ในปีต่อๆไปหากยังมีปู้ต้องการเข้ารับบริการด้านสุขภาพจิต

พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานมูลนิธิกำแพงพักใจ กล่าวว่า มูลนิธิกำแพงพักใจ ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยลดอุปสรรคการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตที่ดีและมีคุณภาพแก่เยาวชน ได้ให้บริการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตแก่เยาวชนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 มากกว่า 3,000 ราย โดยในปี 2567 นี้ ได้รับการสนับสนุนการทำงานเพื่อให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสในการดูแลสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น โดยนำร่องกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 15-25 ปี มีภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนหรือเรียน/ทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 4,000 ราย ให้สามารถรับการปรึกษาด้านสุขภาพจิตกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาการปรึกษา และอาสาสมัครผู้ดูแลใจ ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนถึง มิถุนายน 2568 สำหรับผู้ที่สนใจ เข้าร่วมโครงการ ที่พักใจให้เยาวชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ‘อูก้า’ (ooca) และเลือกสิทธิ์ “กำแพงพักใจ” เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีค่าใช้จ่าย