เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน สาธิตวิชาการ ครั้งที่ 9 จรณทักษะจำเป็นสำหรับอนาคต ตอนหนึ่งว่า มนุษย์ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เมื่อเยาวชนเติบโตและได้รับการศึกษาที่ดี จะสามารถพัฒนาตนเองเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและสามารถที่จะดำรงอยู่ในสังคมโลกได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นการศึกษาจึงถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด ซึ่งอว.เองได้ดำเนินการทดลองจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานมาอย่างยาวนาน ในรูปรูปแบบของการจัดตั้งโรงเรียนสาธิตขึ้นมาในมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมใหม่ในการจัดการศึกษา

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าคะแนนการทดสอบต่างๆ ของนักเรียนสาธิตจะอยู่ในระดับค่อนข้างสูง เป็นผลพวงมาจากความตั้งใจและความพยายามที่จะบ่มเพาะให้นักเรียนมีความเป็นเลิศ และปัจจุบันโลกของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ฉะนั้นองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก จึงได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายของการจัดการศึกษา จากเดิมที่เน้นความรู้เป็นรายบุคคลและลงมือทำด้วยตนเอง เป็นส่งเสริมให้มีการทำงานร่วมกับผู้อื่นและอาศัยการสื่อสารที่เข้าใจ

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า หากโรงเรียนมุ่งเน้นเพียงแค่ด้านความเป็นเลิศเพื่อที่จะนำความรู้ไปสอบเข้าระดับอุดมศึกษา จะไม่ตอบโจทย์รูปแบบการจัดการศึกษาแบบใหม่ และด้วยบริบทของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาการพัฒนานักเรียนจึงเป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทาย เพราะนอกจากต้องพัฒนาให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง การเตรียมความพร้อมทักษะด้านจิตใจและคุณลักษณะภายในก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป เป็นที่มาของคำว่า จรณทักษะหรือซอฟต์สกิล ซึ่งโรงเรียนทุกแห่งควรจะให้ความสำคัญ

“ในวงการการศึกษาจะเห็นว่ามีเด็กนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น จากรายงานเด็กที่มีปัญหาด้านสภาพจิตใจ มีสาเหตุจะมาจากผลการเรียน ไม่ใช่เรื่องของการเรียนไม่เก่ง แต่เป็นการทำคะแนนได้ไม่ติดอันดับต้นๆ หรือมุ่งเน้นแต่ความเป็นเลิศ เพราะเด็กเหล่านี้ยังขาดพื้นฐานด้านซอฟต์สกิล ทำให้มีความรู้สึกว่าจะต้องเป็นที่หนึ่ง เด็กที่ทำร้ายตัวเองจนไปถึงการฆ่าตัวตายก็มาจากการที่ตนเองเรียนเก่งแต่ไม่ติดอันดับ ไม่ได้รับเกียรตินิยม ชี้ให้เห็นว่าซอฟต์สกิลมีความสำคัญ ทั้งช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น เนื่องจากเด็กสามารถ ใช้ทักษะนี้ในการแสวงหาความรู้นอกตำราได้ ช่วยทำให้มีความสุขเนื่องจากเด็กสามารถที่จะจัดการกับอารมณ์ และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้ตัวเอง”น.ส.ศุภมาศ กล่าว
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังอยากให้กลุ่มโรงเรียนสาธิตได้มีหลักสูตรแบบโรงเรียนนานาชาติคือการทำให้สภาพแวดล้อมของโรงเรียนมีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จะสามารถพัฒนาและผลิตเด็กนักเรียนที่มีศักยภาพสูงได้มากขึ้น ทางอว. ยินดีที่สนับสนุนในการจัดทำหลักสูตร โดยอาจจะทำเป็นห้องเรียนต้นแบบหรือหลักสูตรต้นแบบ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้กลุ่มโรงเรียนสาธิตมีความพัฒนาและเป็นทางเลือกของนักเรียนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยด้วย

